⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 494/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 494/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอาจพิจารณาคำขอรับชำระหนี้ตามกฎหมายล้มละลายจากสำนวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือจะออกนั่งพิจารณาเพื่อฟังพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็ได้

ย่อคำพิพากษา

การพิจารณาของศาลตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 107 อาจพิจารณาจากสำนวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือศาลอาจออกนั่งพิจารณาฟังพยานหลักฐานอีกก็ชอบที่จะทำได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่738-740/0)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.104 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.107

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เป็นสาขาคดีชั้นขอรับชำระหนี้ นายสอั๊ด โช๊ะวิเศษ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ยื่นคำของรับชำระหนี้เงินกู้พร้อมด้วยดอกเบี้ยเป็นเงิน ๒๑๘,๒๕๐ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดบรรดาเจ้าหนี้และลูกหนี้ตรวจคำขอรับชำระหนี้แล้วสิบตำรวจเอกอุดม แตงโกเมน เจ้าหนี้รายที่ ๑๐ ได้โต้แย้งคำขอรับชำระหนี้รายนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เห็นว่า เจ้าหนี้มีส่วนรู้เห็นที่จะช่วยลูกหนี้ จึงได้สมยอมกันทำสัญญากู้ขึ้นมาฟ้องคดีนี้ โดยไม่มีมูลหนี้กันจริง เห็นสมควรให้ยกคำขอรับชำระหนี้ของนายสอั๊ด โซ๊ะวิเศษ เจ้าหนี้ผู้เป็นโจทก์ซึ่งยื่นคำของรับชำระหนี้รายนี้เสีย ศาลชั้นต้นไม่เห็นชอบด้วยตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอความเห็นมา มีคำสั่งให้นายสอั๊ด โซ๊ะวิเศษ ได้รับชำระหนี้ตามที่ขอมา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของนายฟัด สากลวารี ลูกหนี้อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกคำขอรับชำระหนี้รายนี้เสีย เจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้ฎีกา ในปัญหาข้อกฎหมายที่ว่า คำขอรับชำระหนี้รายนี้อันมีผู้โต้แย้งศาลจะสั่งยกคำขอรับชำระหนี้โดยวินิจฉัยจากข้อเท็จจริงที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เสนอต่อศาลได้หรือไม่ หรือจะต้องฟังพยานหลักฐานจากการพิจารณาของศาล ศาลฎีกาเห็นว่าการพิจารณาของศาลตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.๒๔๘๓ มาตรา ๑๐๗ อาจพิจารณาจากสำนวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือศาลอาจออกนั่งพิจารณาฟังพยานหลักฐานอีก ก็ชอบที่จะทำได้ซึ่งศาลฎีกาได้วินิจฉัยเป็นแบบอย่างมาแล้วตามคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๓๘-๗๔๐/๒๕๐๗ ทั้งข้อโต้แย้งของเจ้าหนี้ผู้ขอรับชำระหนี้รายนี้ก็ไม่มีพยานหลักฐานอื่นใดนอกเหนือจากที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ สอบสวนมาแล้ว และถึงแม้จะพิจารณาฟังพยานหลักฐานหรือถ้อยแถลงของคู่ความอย่างใดต่อไปอีก ก็หาทำให้ข้อวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าไม่น่าเชื่อว่าเจ้าหนี้และลูกหนี้มีมูลหนี้กันจริงเป็นการสมยอมก่อหนี้สินเพื่อเข้าเฉลี่ยหนี้ช่วยเหลือลูกหนี้ ทำให้เจ้าหนี้ผู้โต้แย้งและเจ้าหนี้อื่นเสียเปรียบในการบังคับชำระหนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 494/2518 นายสอั๊ด โซ๊ะวิเศษ โจทก์ นายฟัด สากลวารี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสอั๊ด โซ๊ะวิเศษ · ล. - นายฟัด สากลวารี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย รชตะนันทน์ · ชุ่ม สุนทรชัย · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ จามรมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1913/2520ฎีกา 2257/2519ฎีกา 3549/2528ฎีกา 1610/2498ฎีกา 3117/2535ฎีกา 2766/2528ฎีกา 3621/2551ฎีกา 9487/2558ฎีกา 4306/2528ฎีกา 946/2509ฎีกา 2634/2534ฎีกา 899/2487ฎีกา 39/2530ฎีกา 62/2539ฎีกา 20/2536ฎีกา 9117/2539ฎีกา 1500/2542ฎีกา 2295/2543ฎีกา 810/2536ฎีกา 857/2511ฎีกา 147/2534ฎีกา 199/2535ฎีกา 3005/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา