⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 663/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- นายจ้างย่อมต้องร่วมรับผิดในผลแห่งละเมิดที่ผู้จำเลยที่ 1 ได้กระทำไปในทางการที่จ้างนั้น แม้ว่าผู้จำเลยที่ 1 จะมิได้กระทำโดยเจตนา หรือประมาทเลินเล่อก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 รับราชการเป็นตำรวจ มีหน้าที่ขับรถยนต์ของทางราชการกรมตำรวจจำเลยที่ 3 วันเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ขับรถจิ๊ปของจำเลยที่ 3 ไปราชการตามหน้าที่โดยมิได้ใช้ความระมัดระวังตรวจตราดูรถก่อนจะขับออกไปว่าฝากระโปรงครอบหน้ารถอยู่ใน สภาพเรียบร้อยหรือไม่ เมื่อรถยนต์คันจำเลยที่ 1 ขับแล่นสวนทางกับรถยนต์คันที่ อ. ขับ ซึ่งมีโจทก์นั่งมาข้างหน้าด้วย ฝากระโปรงครอบเครื่องยนต์หน้ารถคันจำเลยที่ 1 ขับได้หลุดไปปะทะกระจกหน้ารถคันที่โจทก์นั่ง แตกทะลุไปถูกหน้าโจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัสเหตุฝากระโปรงครอบเครื่องยนต์หน้ารถหลุดออกไป ก็เพราะสปริงขอเกาะฝากระโปรงอ่อนและเบ้าที่รองรับโคนขอรั้งสึก ทำให้เบ้าหลวม เนื่องจากใช้มานานจึงเกิดการเสื่อมสภาพ เมื่อจำเลยที่ 1 ขับรถไปด้วยความเร็ว 50-60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนพื้นถนนราดยางที่ไม่เรียบและมีลมพัดแรง จึงเกิดความสั่นสะเทือนอย่างแรง ทำให้ขอรั้งหลุดออกลมเข้าไปในฝากระโปรงหน้ารถเมื่อถูกลมแรง ๆ จึงหลุดออกไปจากตัวรถ ซึ่งเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ 1 จะต้องระมัดระวังตรวจตราทำให้อยู่ในสภาพดีเสียก่อนนำไปใช้ และจำเลยที่ 1 ก็ทราบแต่หาได้จัดการอย่างใดไม่ ดังนี้เหตุนี้เกิดขึ้นจึงไม่ใช่เหตุสุดวิสัยเพราะไม่ใช่กระโปรงหน้ารถอยู่ในสภาพแข็งแรงเรียบร้อยตามสภาพแล้ว เกิดจากภัยนอกอำนาจซึ่งไม่อาจรู้และป้องกันได้ จำเลยที่ 1 และที่ 3 จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.8 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.76 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.437

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์จิ๊ปของทางราชการไปในธุรกิจหน้าที่ราชการของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ด้วยความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ ไม่ตรวจดูสภาพรถยนต์ และฝากระโปรงครอบเครื่องจักรกลของรถยนต์ที่จำเลยที่ ๑ เป็นผู้ควบคุมให้เรียบร้อย เมื่อจำเลยขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง แรงปะทะของลมทำให้ฝากระโปรงหน้ารถยนต์เปิดขึ้น และหักออกจากตัวรถหลุดลอยมากระทบกระจกบังลมหน้ารถยนต์ คันที่โจทก์นั่งสวนทางมาแตกทะลุเลยเข้าไปถูกบริเวณใบหน้าโจทก์ เป็นบาดแผลสาหัส ขอให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายและค่าสินไหมทดแทนรวม ๕๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสามให้การว่า เหตุที่เกิดขึ้นมิใช่เกิดจากความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ แต่เป็นเหตุสุดวิสัยนอกเหนืออำนาจของจำเลยที่ ๑ ที่จะรู้และป้องกันได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ ร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทนและค่ารักษาพยาบาลแก่โจทก์ ๓๒,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ที่ ๓ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ รับราชการเป็นตำรวจมีหน้าที่ขับรถยนต์ของทางราชการกรมตำรวจจำเลยที่ ๓ วันเกิดเหตุจำเลยที่ ๑ ขับรถจิ๊ปของจำเลยที่ ๓ ไปราชการ โดยมิได้ใช้ความระมัดระวังตรวจตราดูรถก่อนจะขับออกไปว่าฝากระโปรงครอบหน้ารถอยู่ในสภาพเรียบร้อยหรือไม่ เมื่อรถยนต์คันจำเลยที่ ๑ ขับ แล่นสวนทางกับรถยนต์คันนางสาวอนันต์ขับ โดยมีโจทก์นั่งมาข้างหน้าด้วย ฝากระโปรงครอบเครื่องยนต์หน้ารถจำเลยที่ ๑ ขับได้หลุดไปปะทะกระจกหน้ารถคันที่โจทก์นั่งแตกทะลุไปถูกหน้าโจทก์อย่างแรงเป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุที่ฝากระโปรงครอบหน้ารถหลุดออกไปเกิดจากสปริงขอเกาะฝากระโปรงครอบหน้ารถอ่อน และเบ้าที่รองรับโคนขอรั้งสึกทำให้เบ้าหลวม เมื่อจำเลยที่ ๑ ขับรถไปด้วยความเร็วชั่วโมงละ ๕๐-๖๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง บนพื้นถนนที่ไม่เรียบและมีลมพัดแรง จึงเกิดความสั่นสะเทือนอย่างแรง ทำให้ขอรั้งหลุดออกลมเข้าไปในฝากระโปรงครอบหน้ารถได้ ฝากระโปรงครอบหน้ารถถูกลมแรง ๆ จึงหลุดออกไปจากตัวรถ แล้ววินิจฉัยว่าเป็นหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ จะต้องระมัดระวังตรวจตราทำให้อยู่ในสภาพดีเสียก่อนนำมาใช้ ซึ่งจำเลยที่ ๑ ก็ทราบแต่หาได้จัดการอย่างไรไม่ จะฟังว่าเป็นเหตุสุดวิสัยไม่ได้ เพราะไม่ใช่กระโปรงครอบหน้ารถอยู่ในสภาพแข็งเรียบร้อยตามสภาพ แล้วเกิดจากภัยนอกอำนาจซึ่งไม่อาจรู้และป้องกันได้ จำเลยที่ ๑ และที่ ๓ จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 663/2518 นางสาวมารินา โพธิปิติ โจทก์ จ่าสิบตำรวจพลบ วิไลโรจน์ ที่1 กับพวกรวม 3 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวมารินา โพธิปิติ · ล. - จ่าสิบตำรวจพลบ วิไลโรจน์ ที่1 กับพวกรวม 3 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ธวัช สิทธิชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครนายก - นายปชา วรธรรมพินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 1479/2526ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา