⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 870/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 870/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระหว่างการฟ้องคดี ไม่ถือเป็นการย้ายไปเสียหรือโอนไปให้ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยนำที่ดินซึ่งโจทก์กำลังฟ้องเรียกเอาจากจำเลยไปให้เช่าและจดทะเบียนการเช่านั้น ไม่ใช่เป็นการย้ายไปเสียหรือโอนไปให้ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.350

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๑๔ โจทก์ได้ฟ้องจำเลยทั้งสามเรียกทรัพย์มรดกและผลประโยชน์ในกองมรดก ขอให้กำจัดจำเลยที่ ๑ มิให้รับมรดกนางแฉล้ม กับขอให้เพิกถอนการโอนสิทธิที่ดินทั้ง ๓ โฉนดเฉพาะส่วนของจำเลยที่ ๑ มาเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์คนละส่วน ครั้นวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๑๖ จำเลยทั้งสามได้ทำสัญญาให้เช่าที่ดิน ๑ โฉนดที่โจทก์ฟ้อง มีกำหนด ๒๐ ปี และได้จดทะเบียนการเช่าต่อเจ้าพนักงาน ทั้งนี้โดยจำเลยร่วมกันด้วยเจตนาทุจริตเพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของจำเลยที่ ๑ ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดในที่ดินที่โจทก์ได้ใช้สิทธิทางศาลฟ้องจำเลยดังกล่าว การกระทำของจำเลยเป็นการย้ายไปเสีย และโอนไปให้แก่ผู้อื่นทั้งยังเก็บค่าเช่าไว้เป็นประโยชน์ส่วนตัว หากศาลพิพากษาเพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนรับโอนที่ดินแปลงนี้มาแล้วโอนกับมาเป็นของโจทก์ โจทก์จะต้องรับภาระการเช่า ทำให้โจทก์เสียหายไม่ได้รับชำระหนี้ทั้งหมดจากจำเลยที่ ๑ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐, ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ประทับฟ้องโจทก์ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐,๘๓ จำคุกคนละ ๖ เดือน ปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนดคนละ ๑ ปี โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ขอให้ลงโทษจำคุกจำเลยโดยไม่ต้องรอการลงโทษ จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์บรรยายตามคำฟ้องยังไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องถึงการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสามว่า จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันนำที่ดินโฉนดเลขที่ ๕๑๒๘ ตำบลคลองเตย อำเภอพระโขนง จังหวัดพระนคร เฉพาะส่วนที่จำเลยที่ ๑ มีชื่อถือกรรมสิทธิ์ร่วม ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกได้แก่โจทก์ไปให้บริษัทเชลล์ประเทศไทยจำกัดเช่า และทำนิติกรรมจดทะเบียนการเช่ามีกำหนด ๒๐ ปี เป็นการย้ายไปเสียและโอนไปให้แก่ผู้อื่น เพื่อมิให้โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นเจ้าหนี้ที่ได้ใช้สิทธิทางศาลได้รับชำระหนี้ทั้งหมด เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ เห็นว่าการที่จำเลยทั้งสามนำที่ดินไปให้เช่าและทำนิติกรรมจดทะเบียนการเช่านั้น ความเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์หาได้เปลี่ยนมือหรือตกไปเป็นของผู้เช่าไม่ ยังคงเป็นของผู้ให้เช่าซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ตามเดิม แม้ผู้เช่าจะได้รับมอบการครอบครองทรัพย์ที่เช่าก็เป็นเพียงการครอบครองแทนเท่านั้น ไม่มีทางที่จะแปลไปได้ว่าเป็นการย้ายไปเสียหรือโอนไปให้ผู้อื่นซึ่งทรัพย์ตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๐ การกระทำของจำเลยทั้งสามไม่เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 870/2518 นายสุราษฎร์ บุณยะประภูติ ที่1, นางสุรีย์ บุณยะประภูติ ที่2, นางสาวอัมพร บุ ณยะประภูติ ที่3 โจทก์ นายวิชิต บุณยะประภูติ ที่1, นายอบเขย คล้ายอินทร์ ที่2, นางทองขาว แกล้ว เขตตการ ที่3 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความบุ - นายสุราษฎร์ บุณยะประภูติ ที่1, นางสุรีย์ บุณยะประภูติ ที่2, นางสาวอัมพร · โจทก์ - ณยะประภูติ ที่3 · แกล้ว - นายวิชิต บุณยะประภูติ ที่1, นายอบเขย คล้ายอินทร์ ที่2, นางทองขาว · ล. - เขตตการ ที่3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ · ธวัช สิทธิชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายปรีชา ธนานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 271/2522ฎีกา 5367/2551ฎีกา 4225/2559ฎีกา 14025/2557ฎีกา 9202/2553ฎีกา 16070-16072/2555ฎีกา 1406/2512ฎีกา 13335/2555ฎีกา 1074/2511ฎีกา 268/2521ฎีกา 2899/2543ฎีกา 6221/2545ฎีกา 8782/2558ฎีกา 2745/2523ฎีกา 490/2502ฎีกา 252/2537ฎีกา 1418/2550ฎีกา 392/2506ฎีกา 1474/2517ฎีกา 3204/2528ฎีกา 4522/2536ฎีกา 6761/2544ฎีกา 1898/2554ฎีกา 3988/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา