⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1067/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1067/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ครอบครองปรปักษ์ที่ฟ้องคดีต้องนำสืบให้ได้ความชัดเจนถึงแนวเขตและขนาดของทรัพย์สินที่อ้างการครอบครอง หากนำสืบไม่สมบูรณ์ ศาลย่อมยกฟ้องได้

ย่อคำพิพากษา

คดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ศาลสั่งแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์โดยการครอบครองแม้คดีฟังได้ว่าโจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทจริง แต่โจทก์มิได้ขอให้ทำแผนที่พิพาทไว้ และการนำสืบของโจทก์ในเรื่องขนาดความกว้างยาวก็ดี เนื้อที่พิพาทก็ดี เป็นการนำสืบโดยประมาทไว้เท่านั้น ไม่ได้นำสืบให้ได้ความชัดเจนว่าที่พิพาทมีความยาวแต่ละด้านแน่นอนเท่าใด หรือมีจุดหมายที่พอจะถือเป็นแนวเขตให้สามารถบังคับคดีกันได้ เมื่อโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบตามข้ออ้างของตน ไม่นำสืบให้ได้ข้อเท็จจริงมาสนับสนุนข้ออ้างตามคำฟ้องให้พอที่ศาลจะมีบังคับตามคำขอของโจทก์ได้ ก็ต้องถือว่าโจทก์นำสืบไม่สมฟ้อง ศาลย่อมพิพากษายกฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.272 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ร้องขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ด้วยการครอบครองปกปักษ์ โดยบรรยายว่าที่พิพาทด้านทิศเหนือ ทิศใต้ และตะวันตกติดที่ดินจำเลยด้านทิศตะวันออกติดลำรางสาธารณะ มีต้นไม้ยืนต้นและคันนาทั้งสามด้านอยู่ตำบลบ้านเบิกอำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี เนื้อที่ราว ๘ ไร่ ที่ดินดังกล่าวตกอยู่ในโฉนดเลขที่ ๑๔๖๖ จำเลยยื่นคำร้องคัดค้านว่า ที่ดินโฉนดที่ ๑๕๖๖ เป็นของจำเลยซึ่งถือกรรมสิทธิ์ร่วมกับผู้อื่น โจทก์ไม่ได้เข้าครอบครองและเกี่ยวข้อกับโฉนดที่ดิน ๑๕๖๖ แต่อย่างใด ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ที่พิพาทเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในโฉนดหมายเลขที่ ๑๕๖๖ ของจำเลยกับพวกจริงและโจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทจริง แต่โจทก์มิได้ขอให้ทำแผนที่พิพาทไว้ และการนำสืบของโจทก์ในเรื่องขนาดความกว้างยาวก็ดี เรื่องเนื้อที่พิพาทก็ดี เป็นการนำสืบโดยประมาทไว้เท่านั้น ไม่ได้นำสืบให้ได้ความชัดเจนว่าที่พิพาทมีความยาวแต่ละด้านแน่นอนเท่าใด หรือมีจุดหมายที่พอจะถือเป็นแนวเขตให้สามารถบังคับคดีกันได้ เมื่อโจทก์ซึ่งมีหน้าที่นำสืบตามข้ออ้างของตน ไม่นำสืบให้ได้ข้อเท็จจริงมาสนับสนุนข้ออ้างตามคำฟ้องให้พอที่ศาลจะมีบังคับตามคำขอของโจทก์ได้ ก็ต้องถือว่าโจทก์นำสืบไม่สมฟ้อง ศาลย่อมพิพากษายกฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1067/2519 นายกลุ่ม แก่นทรัพย์ โจทก์ นางทุเรียน คำจันทร์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกลุ่ม แก่นทรัพย์ · ล. - นางทุเรียน คำจันทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ จามรมาน · สมคิด มงคลชาติ · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสมศักดิ์ วิธุรัติ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 4470/2543ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1616/2522ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา