⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1279/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2519

ป.อาญา ม.90, 91, 265 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมหลายครั้ง ถือเป็นความผิดหลายกรรม แต่หากเป็นการใช้เอกสารปลอมในคราวเดียวกัน ถือเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยร่วมกันปลอมบัตรประจำตัวประชาชนและปลอมตั๋วแลกเงินในระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2518 ถึงวันที่ 4 เมษายน 2518 นั้น เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265,266,91 แต่จำเลยร่วมกันนำบัตรประจำตัวประชาชนและตั๋วแลกเงินที่ปลอมขึ้นไปใช้ด้วย จึงต้องลงโทษแต่ละกระทงฐานใช้กระทงเดียว ตามมาตรา 268 วรรค 2 และการใช้ในคราวเดียวกันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานฉ้อโกง ตามมาตรา 342 โดยจำเลยร่วมกันหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงที่ควรบอกให้แจ้ง เพื่อให้ได้ทรัพย์สิน คือเงิน 220,000 บาทจากธนาคาร ย่อมเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องลงโทษฐานใช้ตั๋วเงินปลอม อันเป็นบทหนัก ตามมาตรา 268 ประกอบด้วยมาตรา 266,90

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.266 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.342

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.266 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อระหว่างวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๑๘ ทั้งเวลากลางวันและกลางคืนติดต่อกัน จำเลยทั้งสองกับพวกได้บังอาจร่วมกันทำเอกสารราชการบัตรประจำตัวประชาชนปลอม ในชื่อ น.ส.บังอร ศิริวงศ์ และอัดรูปของจำเลยที่ ๑ ลงในบัตรประจำตัวประชาชนนั้น ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่า จำเลยที่ ๑ คือนางสาวบังอร ศิริวงศ์ และจำเลยกับพวกได้บังอาจร่วมกันทำเอกสารตั๋วแลกเงิน(ดร๊าฟท์) ซึ่งเป็นเอกสารสิทธิของธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาพลับพลาไชย ปลอมขึ้นทั้งฉบับ สั่งจ่ายเงินตามคำสั่งของ น.ส.บังอร ศิริวงศ์ จำนวน ๒๒๐,๐๐๐ บาท ถึงธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาพิษณุโลก เพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นตั๋วแลกเงินอันเแท้จริงของธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาพลับพลาไชย และเมื่อวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๑๘ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจร่วมกันใช้และอ้างตั๋วแลกเงินกับบัตรประจำตัวประชาชน ฉบับที่จำเลยร่วมกันทำปลอมขึ้นดังกล่าว ไปแสดงต่อสมุหบัญชีของธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาพิษณุโลก ว่าเป็นตั๋วแลกเงินและบัตรประจำตัวประชาชนที่แท้จริง เพื่อขอรับเงินจากธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาพิษณุโลก โดยเจตนาทุจริต โดยหลอกลวงจำเลยที่ ๑ คือนางสาวบังอร ศิริวงศ์ ผู้มีสิทธิรับเงินตามตั๋วแลกเงิน ดังกล่าว อันเป็นการแสดงตนเป็นคนอื่นและปกปิดความจริงที่ควรบอกให้แจ้งว่าตั๋วแลกเงินและบัตรประจำตัวประชาชนดังกล่าวเป็นของปลอม จนเป็นเหตุให้สมุหบัญชีธนาคารกรุงเทพจำกัด สาขาพิษณุโลก หลงเชื่อว่าจำเลยที่ ๑ คือ นางสาวบังอร ศิริวงศ์ และตั๋วแลกเงินกับบัตรประจำตัวประชาชนดังกล่าวเป็นเอกสารที่แท้จริง จึงได้จ่ายเงิน ๒๒๐,๐๐๐ บาท ของธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาพิษณุโลก ให้แก่จำเลยที่ ๑ ไป เหตุเกิดที่แขวงและเขตไม่ปรากฏชัดในกรุงเทพมหานคร และที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔,๒๖๕,๒๖๖,๒๖๘,๓๔๑,๓๔๒,๘๓ คืนเงินของกลาง ๒๒๐,๐๐๐ บาทแก่เจ้าของ และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕,๒๖๖,๒๖๘,๓๔๒ สำหรับความผิดฐานทำและใช้บัตรประจำตัวประชาชนปลอม ตามมาตรา ๒๖๕ และมาตรา ๒๖๘ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ จำคุกคนละ ๑ ปี ตามผิดฐานทำและใช้ตั๋วแลกเงินปลอม ตามมาตรา ๒๖๖ และมาตรา ๒๖๘ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ จำคุกคนละ ๓ ปี และความผิดฐานฉ้อโกงตามมาตรา ๓๔๒ ให้จำคุกคนละ ๑ ปี รวมจำคุกจำเลยคนละ ๕ ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยคนละ ๒ ปี ๖ เดือน คืนเงิน ๒๒๐,๐๐๐ บาท แก่เจ้าของ ส่วนของกลางอย่างอื่นให้ริบ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้รอการลงโทษจำคุกแก่จำเลย ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ การที่จำเลยใช้และอ้างตั๋วแลกเงินกับบัตรประจำตัวปลอม เป็นการกระทำกรรมเดียวกัน คือ ใช้และอ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ กับมาตรา ๒๖๖ ในคราวเดียวกัน ต้องลงโทษฐานใช้หรืออ้างเอกสารปลอมเพียงกระทงเดียวตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง การกระทำของจำเลยฐานฉ้อโกงเป็นการกระทำกรรมเดียวกับการใช้และอ้างเอกสารปลอมการกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวกัน แต่เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท คือ ผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๕,๒๖๖ และผิดมาตรา ๓๕๒ ด้วย ต้องลงโทษตามมาตรา ๒๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๖ อันเป็นบทหนัก ตามมาตรา ๙๐ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๖ อันเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ จำเลยที่ ๑ อายุ ๑๙ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ตามมาตรา ๗๖ กึ่งหนึ่งให้จำคุก ๑ ปี ๖ เดือน จำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๓ ปี มีเหตุบรรเทาโทษเพราะจำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ คนละกึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ไว้มีกำหนด ๙ เดือน และจำคุกจำเลยที่ ๒ มีกำหนด ๑ ปี ๖ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้เรียงกระทงลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยร่วมกันปลอมบัตรประจำตัวประชาชนและปล่อมตั๋วแลกเงินในระหว่างวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ ถึงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๑๘ นั้น ย่อมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕,๒๖๖,๙๑ แต่จำเลยร่วมกันนำบัตรประจำตัวประชาชนและตั๋วแลกเงินที่ปลอมขึ้นไปใช้ด้วย จึงต้องลงโทษแต่ละกระทงฐานใช้กระทงเดียว ตามมาตรา ๒๖๘ วรรค ๒ แต่การใช้ในคราวเดียวกันเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานฉ้อโกง ตามมาตรา ๓๔๒ โดยจำเลยร่วมกันหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดความจริงที่ควรบอกให้แจ้งเพื่อให้ได้ทรัพย์สิน คือเงิน ๒๒๐,๐๐๐ บาทจากธนาคาร ย่อมเป็นความผิดกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบทต้องลงโทษฐานใช้ตั๋วเงินปลอม อันเป็นบทหนัก ตามมาตรา ๒๖๘ วรรค ๒ ประกอบด้วยมาตรา ๒๖๖,๙๐ สำหรับจำเลยที่ ๑ อายุเพียง ๑๙ ปี สมควรลดมาตราส่วนโทษให้ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๖ ให้หนึ่งในสาม พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า จำเลยที่ ๑อายุ ๑๙ ปี ลดมาตราส่วนโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๖ แล้วให้จำคุก ๒ปี แต่มีเหตุบรรเทาโทษเพราะจำเลยที่ ๑ให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1279/2519 พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ นางสาวเพิ่มพูล ถนอมศิลป์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก · ล. - นางสาวเพิ่มพูล ถนอมศิลป์ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิษณุโลก - นายพัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5665/2538ฎีกา 4825/2553ฎีกา 788/2545ฎีกา 3889/2543ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1955/2546ฎีกา 5246/2548ฎีกา 1093/2568ฎีกา 3146/2541ฎีกา 2365/2563ฎีกา 1603/2511ฎีกา 3637/2559ฎีกา 13379/2555ฎีกา 3120/2559ฎีกา 6575/2551ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 21848/2555ฎีกา 7570/2541ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1089/2559ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา