คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5665/2538
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยในความผิดซึ่งแตกต่างจากที่โจทก์ฟ้องได้ หากข้อเท็จจริงที่ปรากฏนั้นเป็นความผิดที่กฎหมายกำหนดไว้ และการพิพากษานั้นไม่เกินกว่าคำขอท้ายฟ้องของโจทก์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งสองในความผิดฐานร่วมกันลักทรัพย์ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกง ศาลมีอำนาจพิพากษาลงโทษจำเลยฐานร่วมกันฉ้อโกงได้ ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 192วรรคสามและวรรคห้า และเป็นเหตุอยู่ในส่วนลักษณะคดี ศาลมีอำนาจพิพากษาตลอดไปถึงจำเลยซึ่งมิได้ฎีกาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 213 ประกอบด้วยมาตรา 225
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายชาญณรงค์ เพียรดี กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พิมล สมานิตย์ · สมปอง เสนเนียม · ผล อนุวัตรนิติการ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายปฎิกรณ์ คงพิพิธ · ศาลอุทธรณ์ - นายธานินทร์ อัมพรกลิ่นแก้ว |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา