คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เสียหายได้ไถ่ทรัพย์สินคืนมาแล้ว ไม่ถือเป็นความเสียหายที่ต้องให้จำเลยชดใช้ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่าขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเครื่องพิมพ์ดีดเป็นเงิน 1,500 บาทแก่ผู้เสียหาย แต่ผู้เสียหายได้ไถ่เครื่องพิมพ์ดีดคืนมาแล้วจากโรงรับจำนำเป็นเงิน 350 บาท เงินค่าไถ่ที่ผู้เสียหายเสียไปนี้ มิใช่ทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสูญเสียไป เนื่องจากการกระทำผิดรับของโจรของจำเลย ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 จึงไม่พิพากษาให้จำเลยใช้เงินค่าไถ่แก่ผู้เสียหาย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕,๓๕๗ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเครื่องพิมพ์ดีดเป็นเงิน ๑,๕๐๐บาทแก่เจ้าทรัพย์
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ จำเลยมีความผิดฐานรับของโจรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ ให้ลงโทษจำคุก ๑ ปี ให้จำเลยใช้ราคาทรัพย์ ๓๕๐ บาทที่ผู้เสียหายไปให้แก่ผู้เสียหาย
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยอ้างว่านายอ๊อดของร้องให้จำเลยช่วยเอาเครื่องพิมพ์ดีดไปจำนำและนายอ๊อดก็ได้ไปโรงรับจำนำด้วยนั้น คงมีแต่คำเบิกความของจำเลยผู้เดียว จึงเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ และที่ว่าเครื่องพิมพ์ดีดเป็นของนายอ๊อดก็ไม่ปรากฏว่านายอ๊อดประกอบอาชีพอะไร มีฐานะเป็นอย่างไร ข้ออ้างของจำเลยจึงเชื่อไม่ได้ตามข้อเท็จจริงได้ความว่าเครื่องพิพม์ดีดของผู้เสียหายได้หายไปเมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๑๒ จำเลยเอาเครื่องพิมพ์ดีดนี้ไปจำนำเมื่อวันที่ ๖ มีนาคม ๒๕๑๒ ซึ่งเป็นวันรุ่นจากวันที่เครื่องพิมพ์ดีดหาย พฤติการณ์แสดงว่าจำเลยรับเครื่องพิมพ์ดีดไว้โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นของที่ได้มาโดยการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ อันเป็นความผิดฐานรับของโจร
คดีนี้ โจทก์ฟ้องว่าขอให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาเครื่องพิมพ์ดีดเป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย แต่ปรากฎว่าผู้เสียหายได้ไถ่เครื่องพิมพ์ดีดคืนมาแล้วจากโรงรับจำนำโดยเสียค่าไถ่ ๓๕๐ บาทแก่ผู้เสียหายที่ต้องเสียไปด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าไม่ถูกต้อง เพราะเงินที่ผู้เสียหายเสยีไปนี้เป็นเงินค่าไถ่ มิใช่ทรัพย์สินหรือราคาทรัพย์สินที่ผู้เสียหายสูญเสียไป เนื่องจากการกระทำผิดรับของโจรของจำเลยตามที่บัญญัติ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๓ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
พิพากษาแก้ เป็นว่า ไม่ต้องให้จำเลยใช้เงิน ๓๕๐ บาทแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1286/2519
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายปรีชา อายุโย ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายปรีชา อายุโย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โสพิทย์ คังคะเกตุ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ชุ่ม สุนทรธัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายเสงี่ยม ทวีชัยการ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญชา กุลทนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา