⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1353/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2519

ป.อาญา ม.80, 340

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ลงมือกระทำความผิดแล้วแต่ไม่ตลอด ไม่ถือเป็นความผิดสำเร็จ แต่เป็นเพียงความผิดที่กระทำไปไม่ตลอด

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกับพวกอีก 2 คนร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย โดยจำเลยได้กระตุกสร้อยคอทองคำที่ผู้เสียหายสวมอยู่ที่คอ สร้อยขาดออกจากกันตกติดอยู่ที่คอเสื้อของผู้เสียหาย จำเลยยังเอาสร้อยไปไม่ได้ จำเลยลงมือกระทำความผิด แต่กระทำไปไม่ตลอด การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.340 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีกสองคนมีมีดเป็นอาวุธร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยได้ฉกฉวยเอาสร้อยคอของผู้เสียหายไปซึ่งหน้า ใช้มีดเป็นอาวุธขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖,๓๔๐,๘๓ และ ๓๗๑ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่จำเลยกระชากสร้อยคอจากผู้เสียหาย สร้อยคอขาดตกอยู่ที่คอเสื้อของผู้เสียหาย จำเลยเข้าแย่ง แต่ก็เอาไปไม่ได้ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ ให้ลงโทษจำคุก ๘ ปี และผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ปรับ ๑๐๐ บาท รวมจำคุก ๘ ปี ปรับ ๑๐๐ บาทจำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจะคุก ๔ ปี ปรับ ๕๐ บาท ริบมีดของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความว่านางสาวอั้ง แซ่ตั้ง ผู้เสียหายนั้นซ้อนท้ายรถจักรยานสองล้อซึ่งมีนายเฮง แซ่อั้ง เป็นผู้ขับขี่ ออกจากร้านผู้เสียหายเพื่อไปซื้อของครั้นไปถึงที่เกิดเหตุ จำเลยกับพวกอีก ๒ คนร่วมกันปล้นทรัพย์ของผู้เสียหาย โดยจำเลยได้กระตุกสร้อยคอทองคำที่ผู้เสียหายสวมอยู่ที่คอ สร้อยขาดออกจากกันตกติดอยู่ที่คอเสื้อของผู้เสียหาย ผู้เสียหายกระโดยลงจากรถ ร้องบอกให้นายเฮงช่วย จำเลยถือมีดปลายแหลมวิ่งไปที่ผู้เสียหายเพื่อจะแย่งเอาสร้อยนั้นอีก นางเฮงลงจากรถจะเข้าไปช่วยผู้เสียหาย จำเลยเงื้อมีดจะแทงนายเฮง พอตีรถวิทยุของตำรวจแล่นผ่านมา จำเลยกับพวกจึงวิ่งหนี้ไป ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยกระตุกสร้อยคอผู้เสียหาย แม้สร้อยได้ขาดออกจากกันแล้ว แต่ก็ยังติดอยู่ที่คอเสื้อของผู้เสียหาย จำเลยยังเอาสร้อยไปไม่ได้ จำเลยลงมือกระทำความผิด แต่กระทำไปไม่ตลอด การกระทำของจำเลยจึงเป็นเพียงความผิดฐานพยายามปล้นทรัพย์เท่านั้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1353/2519 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายเปี๊ยก น้อยประชา ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายเปี๊ยก น้อยประชา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โสพิทย์ คังคะเกตุ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสันติ์ ธีรนิติ · ศาลอุทธรณ์ - นายพัลลภ เสถียรธรรมกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1866/2553ฎีกา 3307/2531ฎีกา 5840/2544ฎีกา 9844/2555ฎีกา 2848/2527ฎีกา 959/2531ฎีกา 7998/2561ฎีกา 4521/2539ฎีกา 3620/2538ฎีกา 6252/2531ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1089/2559ฎีกา 180/2554ฎีกา 2530/2527ฎีกา 593/2510ฎีกา 1672/2569ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 2015/2521ฎีกา 599/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา