⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1447/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1447/2519

ป.วิ.อาญา ม.194, 208, 225

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยอุทธรณ์เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ต้องวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายนั้นโดยฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานแจ้งความเท็จ จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมาย มิได้อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาแต่ประการใด ฉะนั้น ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์นั้น ศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 194 การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงใหม่ โดยมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์เลยนั้นจึงมิชอบและแม้โจทก์จะมิได้ฎีกาในเรื่องนี้มาก็ตาม แต่เมื่อเป็นปัญหาเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็ชอบที่จะยกขึ้นอ้างได้โดยพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.194 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.194 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.208 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยรู้อยู่แล้วว่ามิได้มีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้น ได้นำเอาข้อความอันเป็นเท็จไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอำเภอหนองขาหย่าง จังหวัดอุทัยธานี ว่าโจทก์ทุจริตนำรถยนต์ยี่ห้อดัทสันซึ่งมิใช่กรรมสิทธิ์ของโจทก์ เป็นหลอกขายให้จำเลยโดยอ้างว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เป็นเหตุให้จำเลยหลงเชื่อยอมมอบทรัพย์ให้โจทก์เป็นการซื้อขายรถยนต์คันดังกล่าวทำให้จำเลยเสียหาย ขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีกับโจทก์ ข้อความที่จำเลยแจ้งดังกล่าวเป็นความเท็จ ความจริงจำเลยรู้อยู่แล้วว่ารถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในระหว่างที่โจทก์เช่าซื้อยังไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ โจทก์ขายรถยนต์ให้จำเลยโดยให้จำเลยชำระค่าเช่าซื้อต่อไปยังจนครบแล้วผู้ให้เช่าซื้อจะโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์แก่จำเลย จำเลยไม่ชำระค่าเช่าซื้อ โจทก์จึงยึดรถยนต์กลับคืนมา จำเลยนำความเท็จไปแจ้งแก่พนักงานสอบสวนโดยเจตนาจะแกล้งให้โจทก์ต้องรับโทษทางอาญา ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗,๑๗๒,๑๗๓,๑๗๔ ศาลชั้นต้นพิจารณาคดีแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗,๑๗๒,๑๗๓ และ ๑๗๔ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๗๔ อันเป็นบทหนัก จำคุกจำเลย ๑ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยได้แจ้งความและให้การไปตามเรื่องราวที่เป็นจริง ไม่มีความผิดฐานแจ้งความเท็จ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา วินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยแจ้งความเท็จ ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมีผิดตามฟ้อง พิพากษาลงโทษจำคุก ๑ ปี จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายว่า "คำฟ้องของโจทก์ว่า โจทก์ทุจริตนำเอารถซึ่งไม่ใช่กรรมสิทธิ์ของโจกท์ไปหลอกขายให้แก่จำเลยโดยอ้างว่าเป็นของโจทก์ เป็นเหตุให้จำเลยหลงเชื่อและยอมส่งมอบทรัพย์เพื่อเป็นการซื้อรถยนต์ดังกล่าว ตามที่ถูกโจทก์หลอกลวง แต่ในรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันนั้นไม่มีข้อความดังกล่าวนี้เลย มีแต่เพียงว่า โจทก์หลอกลวงเอารถยนต์ของจำเลยไปจากนายฉลวย คนขับรถของจำเลย เมื่อคำฟ้องไม่ตรงกับคำแจ้งความของจำเลยที่แจ้งไว้กับพนักงานสอบสวนอำเภอหนองขาหย่างที่ปรากฏในรายงานเบ็ดเสร็จประจำวันที่จำเลยอ้างเป็นพยานติดในสำนวนคดีนี้แล้ว ศาลก็ย่อมจะได้ยกฟ้องโจทก์เสีย" ส่วนโจทก์ไม่ได้แก้อุทธรณ์ จำเลยมิได้อุทธรณ์โต้แย้งข้อเท็จจริงที่ศาลชั้นต้นฟังมาแต่ประการใด ฉะนั้นในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์นั้น ศาลอุทธรณ์จะต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐานในสำนวนดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๔ การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริงใหม่ โดยมิได้วินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์เลยนั้นจึงมิชอบ แม้โจทก์จะมิได้ฎีกาในเรื่องนี้มาก็ตาม แต่เมื่อเป็นปัญหาเกี่ยวกับการไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยอุทธรณ์ ศาลฎีกาก็ชอบที่จะยกขึ้นอ้างได้ พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาปัญหาข้อกฎหมายที่จำเลยอุทธรณ์แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1447/2519 นายจารึก หรือขาว แสงสว่าง โจทก์ นายพิศาล พิเดช ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจารึก หรือขาว แสงสว่าง · ล. - นายพิศาล พิเดช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญญัติ สุชีวะ · สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายสกนธิ์ กฤติยาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1392/2564ฎีกา 6229/2539ฎีกา 845/2543ฎีกา 6205/2541ฎีกา 1656/2544ฎีกา 7651/2552ฎีกา 2147/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 7988/2551ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 917/2564ฎีกา 1795/2493ฎีกา 6355/2544ฎีกา 664/2520ฎีกา 4225/2559ฎีกา 3814/2549ฎีกา 2813/2566ฎีกา 11720/2555ฎีกา 369/2501ฎีกา 3800/2564ฎีกา 7201/2568ฎีกา 11/2539ฎีกา 6344/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา