⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1562/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1562/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาคดีอาญาที่ยกฟ้องจำเลย ไม่ผูกพันโจทก์ในคดีแพ่ง หากโจทก์มิใช่คู่ความในคดีอาญา หรือมิใช่ผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างขับรถในทางการที่จ้างของจำเลยที่ 2 ชนรถโจทก์เสียหาย ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ แม้ปรากฏว่ากรณีเดียวกันนี้จำเลยที่ 1 เคยถูกผู้ว่าคดีฟ้องเป็นคดีอาญา และศาลพิพากษายกฟ้องไปแล้วก็ตาม แต่เมื่อคดีอาญานั้นโจทก์คดีนี้มิใช่เป็นผู้รับบาดเจ็บจากการที่รถชนกัน และคดีอาญาที่เกี่ยวกับการกระทำผิดพระราชบัญญัติจราจรทางบก โจทก์ก็ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้อง หรือขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้ว่าคดีได้ ผู้ว่าคดีจึงไม่อยู่ในฐานะฟ้องคดีอาญาแทนโจทก์ ผลของคำพิพากษาคดีอาญาจึงไม่ผูกพันโจทก์ เพราะโจทก์มิใช่เป็นคู่ความเดียวกัน ในคดีแพ่งต้องฟังข้อเท็จจริงกันใหม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ไปในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ โดยประมาทชนรถยนต์ของโจทก์เสียหาย ขอศาลบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา จำเลยที่ ๒ ให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยที่ ๑ มิได้รับรถด้วยความประมาท กรณีเดียวกันนี้จำเลยที่ ๑ ถูกฟ้องทางอาญาที่ศาลแขวงพระนครใต้ แต่ศาลพิพากษายกฟ้อง โจทก์เรียกค่าเสียหายเกินความจริง เหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของคนขับรถโจทก์เอง เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๒ ได้รับคามเสียหายมากกว่าโจทก์ ขอให้ยกฟ้องและบังคับโจทก์ให้ใช้ค่าเช่าเสียหายให้จำเลยที่ ๒ พร้อมดอกเบี้ย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า เหตุที่เกิดเป็นความประมาทเลินเล่อของจำเลยที่ ๑ ค่าเสียหายที่จำเลยที่ ๒ เรียกร้องเกินความจริง ฟ้องแย้งขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าเสียหายให้โจทก์พร้อมดอกเบี้ย ให้ยกฟ้องแย้ง จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ปัญหาที่ว่าจำเลยที่ ๑ ถูกผู้ว่าคดีฟ้องต่อศาลแขวงพระนครใต้และศาลพิพากษายกฟ้อง ซึ่งศาลจำเป็นต้องถือเอาข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาคดีอาญานั้นมาใช้การพิพากษาคดีส่วนแพ่งนี้หรือไม่นั้น สำหรับโจทก์คดีนี้มิใช่เป็นผู้ได้รับบาดเจ็บจากมูลกรณีที่รถชนกัน และคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติจราจรทางบกโจทก์ก็ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะมีอำนาจฟ้องหรือขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้ว่าคดีได้ ฉะนั้น ผู้ว่าคดีจึงไม่อยู่ในฐานะฟ้องความแทนโจทก์ในคดีอาญาดังกล่าวแล้ว ผลแห่งคำพิพากษาในคดีอาญานั้นจึงไม่สมบูรณ์ เพราะโจทก์มิใช่เป็นคู่ความรายเดียวกัน จึงต้องพิจารณาฟังข้อเท็จจริงคดีนี้กันไปใหม่ แล้วศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถของจำเลยที่ ๒ ในทางการที่จ้างโดยประมาท เป็นเหตุให้ชนกับรถของโจทก์เกิดความเสียหาย จำเลยที่ ๑ จึงต้องรับผิดฐานกระทำละเมิดต่อทรัพย์สินของโจทก์ และจำเลยที่ ๒ ในฐานะนายจ้างก็มีหน้าที่ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๑ เพื่อชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1562/2519 องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย โจทก์ นายหวิด มากะเรือน กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย · ล. - นายหวิด มากะเรือน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายดำรง แจ่มสุธี · ศาลอุทธรณ์ - นายวินิจ วินิจนัยภาค
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1951/2519ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา