⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1618/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1618/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกำหนดค่าขึ้นศาลให้ฝ่ายแพ้คดีชดใช้เต็มตามจำนวนที่เรียกร้องหรือตามจำนวนที่ศาลพิพากษา ให้พิจารณาเจตนาของฝ่ายชนะคดีว่าแกล้งตั้งจำนวนทุนทรัพย์สูงเกินจริงหรือไม่

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีที่ศาลพิพากษาให้คู่ความฝ่ายแพ้คดีชดใช้เงินหรือแย่งทรัพย์ให้แค่คู่ความที่ชนะคดีน้อยกว่าจำนวนเงิน หรือจำนวนทุนทรัพย์ฝ่ายที่ชนะคดีเรียกร้อง การที่จะพิจารณาให้ฝ่ายที่แพ้คดีชดใช้ค่าขึ้นศาลเต็มตามจำนวนทรัพย์ที่ฝ่ายชนะคดีเรียกร้อง หรือจะให้ชดใช้ตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ศาลพิพากษาให้นั้น จะต้องดูเจตนาคู่ความฝ่ายที่ชนะคดีว่าแกล้งตั้งทุนทรัพย์ให้สูงหรือไม่เป็นสำคัญ จำเลยฟ้องแย้งให้โจทก์ชดใช้ค่าเสื่อมราคารถพิพาท 20,000 บาท ศาลชั้นต้นให้ชดใช้ 15,000 บาท ศาลอุทธรณ์ให้ชดใช้ 10,000 บาท เห็นได้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาแกล้งตั้งทุนทรัพย์ให้สูง แต่เป็นเพราะยากที่จะเรียกร้องให้ถูกต้องได้ ที่ศาลให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลแทนจำเลยตามจำนวนทุนทรัพย์ที่จำเลยเรียกร้องจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้อฟอร์ดแบบคอร์ติน่า แอล (พิเศษ) หมายเลขทะเบียน ก.ท.ษ.๔๑๖๔ ในราคา ๑๐๓,๗๔๐ บาท โดยเชื่อว่าเป็นรถยนต์ใหม่และมีสภาพเรียบร้อยตามที่จำเลยแจ้งและรับรองประกันความเสียหายภายในกำหนดการใช้เป็นระยะทางไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ กิโลเมตร โจทก์เพิ่งทราบว่ารถยนต์ที่เช่าซื้อมีสภาพไม่เรียบร้อยโดยเพลาล้อหลังด้านขวาชำรุด เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๕ ในขณะที่พนักงานของโจทก์ขับรถยนต์ที่เช่าซื้อ เพลาล้อหลังด้านขวาขาดหลุดออกจากตัวรถยนต์ เป็นเหตุให้รถยนต์ที่เช่าซื้อเสียหายทรงตัวแฉลบไปปะทะและคร่อมไม้ซุงที่อยู่ข้างทาง ทำให้รถยนต์ที่เช่าซื้อเสียหายใช้การไม่ได้ โจทก์แจ้งให้จำเลยทราบถึงอุบัติเหตุและความชำรุดบกพร่องของรถยนต์ที่เช่าซื้อ และให้จำเลยซ่อมแซมรถยนต์ที่เช่าซื้อให้มีสภาพเรียบร้อย หรือเปลี่ยนรถยนต์ รถยนต์ที่เช่าซื้อ และให้จำเลยซ่อมแซมรถยนต์ที่เช่าซื้อให้มีสภาพเรียบร้อย หรือเปลี่ยนรถยนต์ที่มีสภาพเรียบร้อยให้โจทก์ แต่จำเลยเพิกเฉยเสีย โจทก์จึงขอเลิกสัญญาเช่าซื้อ จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนเงินค่าเช่าซื้อและค่าลากรถยนต์กับค่าเสียประโยชน์ในกิจการค้า ๕,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงิน ๓๔,๕๒๕ บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์เช่าซื้อรถยนต์จากจำเลยจริงตามฟ้องแต่รถยนต์ที่เช่าซื้อมีสภาพเรียบร้อยทุกประการ เพลาล้อหลังด้านขวามิได้ชำรุดเหตุทีเพลาล้อหลังด้านขวาขาดเกิดจากความประมาทของผู้ขับรถยนต์ที่เช่าซื้อซึ่งกับมาด้วยความเร็วและเมื่อถึงทางโค้งก็ไม่หักพวกมาลับรถเพื่อบังคับให้รถแล่นไปตามทางโค้ง รถจึงชนท่อนซุงที่อยู่ข้างถนนด้านขวาเป็นเหตุให้เพลาขาดและล้อหลุดรถยนต์ที่เช่าซื้อเสียหาย ซึ่งจำเลยต้องเสียค่าซ่อมแซมรวมเป็นเงิน ๑๖,๓๐๕ บาท แต่เมื่อซ่อมแล้วรถยนต์ที่เช่าซื้อไม่อยู่ในสภาพดีเหมือนเดิม ทำให้เสื่อมราคาลงไม่น้อยกว่า ๒๐,๐๐๐ บาท ร่วมค่าเสียหายเป็นเงิน ๓๖,๓๐๕ บาท ซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดชำระให้แก่จำเลย ขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จให้จำเลย โจทก์ให้การฟ้องแย้งว่า เหตุที่รถยนต์ที่เช่าซื้อเสียหายมิได้เกิดจากความประมาทของฝ่ายโจทก์ ค่าเสียหายต่าง ๆ ที่จำเลยกล่าวอ้างเกินความจริงขอให้ศาลพิพากษายกฟ้องของจำเลย ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อรถยนต์พิพาทซึ่งยังเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยเกิดความเสียหายจากการใช้ของโจทก์ โจทก์จึงต้องรับผิดใช้ค่าเสียหายให้จำเลยตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยเสียค่าซ่อมแซมรถยนต์พิพาท ๑๖,๓๐๕ บาท และรถยนต์พิพาทเสื่อมราคา ๑๕,๐๐๐ บาท รวมค่าเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดต่อจำเลย ๓๑,๓๐๕ บาท พิพากษายกฟ้องโจทก์ และให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายจำนวนดังกล่าวพร้อมทั้งดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้โจทก์ใช้ค่าเสื่อมราคา ๑๐,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ไขให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเช่นเดียวกับศาลล่าง และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าศาลควรพิพากษาให้ค่าธรรมเนียมเป็นพับ หรือให้โจทก์ชำระแทนตามจำนวนทุนทรัพย์ที่จำเลยจะชนะคดีนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์เป็นฝ่ายแพ้คดีทั้งส่วนที่โจทก์ฟ้องและส่วนที่จำเลยฟ้องแย้งดังที่ได้วินิจฉัยมาแล้ว จึงไม่มีเหตุสมควรสั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ จำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีส่วนที่โจทก์ฟ้องทั้งหมด และเป็นฝ่ายชนะคดีส่วนที่จำเลยฟ้องแย้งเป็นส่วนใหญ่ โดยศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้โจทก์ใช้ค่าซ่อมแซมรถพิพาทให้จำเลยตามจำนวนที่จำเลยฟ้องแย้ง ส่วนค่ารถพิพาทเสื่อมราคาที่จำเลยฟ้องแย้งให้โจทก์ชดใช้ ๒๐,๐๐๐ บาทนั้น ศาลชั้นต้นให้ชดใช้ ๑๕,๐๐๐ บาท และศาลอุทธรณ์ให้ชดใช้ ๑๐,๐๐๐ บาท ซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าในกรณีที่ศาลพิพากษาให้คู่ความฝ่ายแพ้คดีชดใช้เงินหรือแบ่งทรัพย์ให้แก่คู่ความฝ่ายที่ชนะคดีน้อยกว่าจำนวนเงิน หรือจำนวนทุนทรัพย์ที่คู่ความฝ่ายที่ชนะคดีเรียกร้อง การที่ศาลจะพิพากษาให้คู่ความฝ่ายที่แพ้คดีชดใช้ค่าขึ้นศาลเต็มจำนวนทุนทรัพย์ที่คู่ความฝ่ายที่ชนะคดีเรียกร้องหรือชดใช้ค่าขึ้นศาลตามจำนวนทุนทรัพย์ที่ศาลพิพากษาให้นั้น จะต้องดูเจตนาของคู่ความฝ่ายที่จะชนะคดีว่าแกล้งตั้งทุนทรัพย์ให้สูงหรือไม่เป็นสำคัญ ปรากฏว่ารถพิพาทเสียหายมาก และแม้จะซ่อมแซมแล้วก็ยังใช้ไม่ได้ดีเหมือนเดิมเพราะศูนย์ของรถไม่ดีเหมือนเดิม จึงยากที่จำเลยจะเรียกต้องค่าเสื่อมราคาให้ถูกต้องได้ และเห็นได้ว่าจำเลยไม่มีเจตนาแกล้งตั้งทุนทรัพย์ให้สูง ที่ศาลล่างทั้งสองให้โจทก์เสียค่าขึ้นศาลแทนจำเลยตามจำนวนทุนทรัพย์ที่จำเลยเรียกร้องจึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1618/2519 บริษัทเอ.ไอ.ซี.อี.เอนเตอร์ไพรส์ (ไทย) จำกัด โจทก์ บริษัทแองโกลไทยมอเตอร์ จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอ.ไอ.ซี.อี.เอนเตอร์ไพรส์ (ไทย) จำกัด · ล. - บริษัทแองโกลไทยมอเตอร์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุชาติ จิวะชาติ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2532/2538ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 748/2551ฎีกา 951/2542ฎีกา 2482/2517ฎีกา 2303/2533ฎีกา 58/2491ฎีกา 5089/2540ฎีกา 1055/2510ฎีกา 2627/2522ฎีกา 6052/2537ฎีกา 7139/2538ฎีกา 2006/2526ฎีกา 3418/2553ฎีกา 8337/2540ฎีกา 917/2501ฎีกา 6620/2550ฎีกา 1930/2526ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2202/2514ฎีกา 533/2521ฎีกา 12104/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา