⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1734/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรรับชำระภาษีอากรโดยไม่ได้ประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากร ถือว่าโจทก์มีสิทธิฟ้องขอคืนภาษีได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการอุทธรณ์ตามกฎหมาย ส่วนประกอบหรืออุปกรณ์เครื่องจักรที่สั่งเข้ามาเพื่อทดแทนของเก่าที่ชำรุด ไม่ถือเป็นสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ตรี (11)

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำเข้าซึ่งสินค้า เมื่อสินค้าดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว โจทก์ได้ยื่นแบบใบขนสินค้านำเข้าแสดงรายการค้าและชำระภาษีศุลกากร ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรตรวจแบบที่ยื่นถูกต้องแล้วก็รับเงินภาษีอากรที่โจทก์ขอชำระ การกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่เช่นนี้แม้ในส่วนภาษีการค้าจะได้กระทำแทนกรมสรรพากร ก็หาใช่เป็นการประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 87 ไม่ จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามาตรา 30 เสียก่อนฟ้อง เมื่อโจทก์เห็นว่าสินค้าที่โจทก์นำเข้าเป็นสินค้าอันได้รับยกเว้นภาษีการค้า ภาษีบำรุงเทศบาล และโจทก์มีหนังสือถึงกรมศุลกากรขอคืนเงินภาษีที่ได้ชำระไปนี้แล้ว แต่กรมศุลกากรและกรรมสรรพากรไม่ยอมคืนให้ โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องขอคืนภาษีดังกล่าวได้ โจทก์ได้นำเครื่องจักรพร้อมทั้งส่วนประกอบและอุปกรณ์เครื่องจักรนำเข้ามาในราชอาณาจักรทำการใช้งานผลิตสินค้ามาเป็นเวลานานแล้ว ส่วนสินค้าที่โจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งนี้มิใช่เป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้อยู่ แต่เป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ที่สั่งเข้ามาภายหลัง เพื่อใช้ทดแทนของเก่าที่ชำรุด จึงหาใช่สินค้าที่จะได้รับการยกเว้นภาษีตามความหมายของประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ตรี(11) ไม่ หมายเหตุ วินิจฉัยโดยมติที่ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 20/2519 และ 22/2519

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลโดยจดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด จำเลยทั้งสองเป็นนิติบุคคลโดยเป็นกรมในรัฐบาลสังกัดกระทรงการคลัง จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่เรียกเก็บภาษีการค้าและบำรุงเทศบาลเพื่อจำเลยที่ ๒ สำหรับสินค้าที่เข้ามาในราชอาณาจักร โจทก์ได้นำส่วนประกอบและอุปกรณ์ของเครื่องจักรสำหรับผลิตสินค้าเข้ามาในที่โรงงานของโจทก์ที่บางซื่อ กรุงเทพมหานคร คือ ๑. เครื่องวัดการไหลของน้ำมัน ๒-๓.กระดาษและริบบิ้นที่ใช้กับเครื่องบันทึกวัดการเผาซิเมนต์ ๔. เครื่องใช้วิเคราะห์ก๊าซ ๕. ชิ้นส่วนใช้กับเครื่องป้อนซิเมนต์เม็ดเข้าหม้อบดซิเมนต์ ๖. ชิ้นส่วนใช้กับเครื่องสูบน้ำดินดำ ๗. เหล็กกันสึกในหม้อดินทำน้ำดิน ปรากฏรายการตามเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข ๒ ของเหล่านี้โจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในการผลิตของตนเอง จึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๙ ตรี(๑๑) แต่จำเลยที่ ๑ เรียกเก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลสำหรับของดังกล่าวจากโจทก์ โจทก์จำต้องจ่ายไปก่อน มิฉะนั้นจำเลยที่ ๑ จะไม่ปล่อยของ โจทก์หนังสือขอคืนภาษีดังกล่าวจากจำเลยที่ ๑ แล้ว จำเลยทั้งสองไม่คืนให้โจทก์ ขอให้พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล ๕,๓๕๖ บาท ๐๙ สตางค์ กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันเรียกเก็บจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๒๖๗ บาท ๘๐ สตางค์ รวมเป็นเงิน ๕,๖๒๓ บาท ๘๙ สตางค์ และดอกเบี้ยสำหรับเงิน ๕,๓๕๖ บาท ๐๙ สตางค์ อัตราเดียวกันนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองร่วมกันให้การว่า สินค้าที่โจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักรรวม ๗ รายการนั้นเป็นสินค้าอะไหล่ โจทก์สั่งเข้ามาเพื่อสำรองทดแทนของเดิมที่ชำรุดนี้ในใบแสดงราคาสินค้า (อินวอยส์) ที่บริษัทส่งสินค้าเหล่านี้มาก็แจ้งว่าเป็นอะไหล่เครื่องจักร ส่วนประกอบและอุปกรณ์ เพื่อผลิตปูนซิเมนต์นั้นโจทก์นำเข้ามานานแล้ว ดังนั้นโจทก์จึงไม่ได้รับการยกเว้นภาษีการค้าสำหรับสินค้า ๗ รายการ การที่โจทก์ชำระภาษีโจทก์ชำระโดยสมัครใจและเป็นการปฏิบัติโดยชอบถูกต้องตามประมวลรัษฎากรแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจเรียกคืนและเรียกดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองก็ไม่มีอำนาจคืนให้โจทก็ได้ หากว่าโจทก์เห็นว่าสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ได้รับยกเว้นภาษี โจทก์ชอบที่จะยื่นคำร้องขอยกเว้นภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลพร้อมกับใบขนสินค้าขาเข้า ฯ ตามระเบียบทีจำเลยที่ ๑ ได้ประกาศไว้ ฉบับที่ ๖/๒๕๐๙ ลงวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๐๙ แต่โจทก์หาได้ปฏิบัติเช่นนั้นไม่ แสดงว่าโจทก์เต็มใจเสียภาษีและเป็นสินค้าที่ต้องเสียภาษี โจทก์มีหนังสือถึงจำเลยที่ ๑ ขอคืนภาษีหลังจากโจทก์ได้รับสินค้าไปแล้ว ถึง ๘ เดือน ถือว่าโจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน ๕,๓๕๖ บาท ๙ สตางค์แก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความจากทางนำสืบของทั้งสองฝ่ายฟังได้ยุติว่า โจทก์นำเข้าซึ่งสินค้าทั้ง ๗ รายการตามฟ้อง เมื่อสินค้าดังกล่าวเข้ามาในราชอาณาจักรแล้ว โจทก์ได้ยื่นแบบใบขนสินค้านำเข้าแสดงรายการค้าและขำระภาษีศุลกากร ภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาล จำเลยที่ ๑ ก็ปล่อยของให้โจทก์รับไป ต่อมาโจทก์มีหนังสือถึงจำเลยที่ ๑ ขอคืนเงินภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลได้ชำระไปแล้ว แต่จำเลยทั้งสองไม่คืนให้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามข้อเท็จจริงข้างต้น โจทก์ยื่นแบบใบขนสินค้าและแบบแสดงรายการการค้าแล้วชำระภาษีศุลกากร ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรจำเลยที่ ๑ ตรวจแบบที่ยื่นถูกต้องแล้วก็รับเงินภาษีอากรที่โจทก์ขอชำระ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าการกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่เช่นนี้แม้ในส่วนภาษีการค้าจะได้กระทำแทนจำเลยที่ ๒ ก็หาใช่เป็นการประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๗ ไม่ จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา ๓๐ เสียก่อนฟ้อง ฉะนั้นโจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีนี้ไม่ได้ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า สินค้าที่โจทก์นำเข้าเป็นสินค้าอันได้รับยกเว้นภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๙ ตรี(๑๑) ตามที่โจทก์ฎีกาหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่พิจารณาเห็นว่า เครื่องจักรของโจทก์นั้น โจทก์ได้นำเข้ามาในราชอาณาจักร ทำการใช้งานผลิตสินค้ามาเป็นเวลานานแล้ว ส่วนสินค้าที่โจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักรครั้งนี้มิใช่เป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้อยู่ แต่เป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ที่สั่งเข้ามาภายหลัง เพื่อใช้ทดแทนของเก่าที่ชำรุด จึงหาใช่สินค้าที่จะได้รับการยกเว้นภาษีตามความหมายของประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๙ ตรี(๑๑) ไม่ ศาลฎีกาเห็นฟ้องด้วยกับศาลอุทธรณ์ในผลแห่งคำพิพากษาฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความในชั้นฎีกา ๑๕๐ บาทแทนจำเลยด้วย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734/2519 บริษัทปูนซีเมนต์ จำกัด โดยนายจ่าง รัตนะรัต กับหม่อมหลวงอุดม สนิทวงศ์ กรรมการ โจทก์ กรมศุลกากร ที่ 1 กรมสรรพากร ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความสนิทวงศ์ - บริษัทปูนซีเมนต์ จำกัด โดยนายจ่าง รัตนะรัต กับหม่อมหลวงอุดม · โจทก์ - กรรมการ · ล. - กรมศุลกากร ที่ 1 กรมสรรพากร ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผสม จิตรชุ่ม · บัญญัติ สุชีวะ · ยงยุทธ เลอลภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมหมาย มณีรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา