⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 175/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการได้เอง หากเห็นว่าคำชี้ขาดนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย และไม่เป็นการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเพราะเห็นว่าคำชี้ขาด ของอนุญาโตตุลาการขัดต่อกฎหมายนั้น เป็นคำสั่งในอำนาจของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 221 วรรคท้าย ประกอบด้วยมาตรา 218 วรรคท้าย มิใช่เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งตามมาตรา 243 (1) ดังนั้น เมื่อโจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วสั่งให้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ศาลอุทธรณ์จึงชอบที่จะพิพากษาว่า ไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นพิพากษาตามคำขอในอุทธรณ์ของโจทก์ แต่คำขอในอุทธรณ์ของโจทก์ดังกล่าวเห็นได้ว่าเป็นการขอให้คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการมีผลบังคับโดยคำพิพากษาของศาลตามมาตรา 221 นั่นเอง มิใช่เป็นการอุทธรณ์คำสั่งอย่างธรรมดา เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ขัดต่อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษาตามคำชี้ขาดนั้นเสียเองได้ หาเป็นการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ไม่ ในกรณีดังกล่าว การที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลในชั้นอุทธรณ์มาเพียง 50 บาท สืบเนื่องมาจากเรื่องที่โจทก์เข้าใจอำนาจของศาลอุทธรณ์ผิด ซึ่งศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกเก็บค่าขึ้นศาลเพิ่มให้ถูกต้องได้เมื่อจะพิพากษา อนุญาโตตุลาการได้ชี้ขาดให้จำเลยคืนเงิน 40,000 บาท ให้โจทก์ หากไม่คืนภายในเวลาที่กำหนดก็ให้โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งขายที่ดินที่พิพาทพร้อมด้วยสิ่งปลูกสร้าง เงินที่ขายได้ตกเป็นสิทธิแก่โจทก์ผู้เดียว ดังนี้ คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในกรณีนี้ก็คือ ชี้ขาดให้จำเลยคืนเงิน 40,000 บาท ให้โจทก์ภายในเวลาที่กำหนด ส่วนที่อนุญาโตตุลาการกล่าวต่อไปนั้น หาใช่เป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ เป็นแต่เพียงคำเสนอแนะว่า หากจำเลยไม่คืนเงินให้โจทก์ภายในกำหนด ก็ให้เสนอคดีต่อศาลต่อไปเท่านั้น ส่วนวิธีการบังคับคดีซึ่งศาลจะสั่งขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวหรือไม่ หรือขายทอดตลาดได้เงินเท่าใด ให้เป็นของใครนั้น ย่อมอยู่ภายใต้บทบัญญัติในภาค 4 ลักษณะแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง ฉะนั้น คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลสั่งขายทอดตลาดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยขายได้เงินเท่าใด ให้เป็นของโจทก์แต่ผู้เดียวนั้น ย่อมเป็นการขัดต่อวิธีการบังคับคดีดังกล่าว ศาลจะพิพากษาตามคำขอของโจทก์ในข้อนี้ไม่ได้ จึงพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 40,000 บาท ให้แก่โจทก์ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.140 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.221 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.278

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อที่ดินโฉนดที่ ๑๐๘ พร้อมสิ่งปลูกสร้างจากนางทองเมี้ยน สุรทรวรพจน์ ราคา ๔๐,๐๐๐ บาท ชำระเงินครบถ้วนแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำการโอนโฉนดกัน นางทองเมี้ยนก็ถึงแก่กรรม โจทก์จึงขอให้จำเลยซึ่งเป็นทายาทผู้รับมรดกจัดการโอนที่ดินหรือคืนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท จำเลยปฏิเสธ โจทก์จำเลยตกลงตั้งนายโพธิ์ วรรณปักษ์ เป็นอนุญาโตตุลาการชี้ขาดข้อพิพาท อนุญาโตตุลาการได้ชี้ขาดให้จำเลยคืนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทให้โจทก์ ภายในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๑๖ หากไม่คืนภายในกำหนดนี้ก็ให้โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งขายที่ดินโฉนดที่ ๑๐๘ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินที่ขายได้ให้ตกเป็นสิทธิแก่โจทก์ผู้เดียว จำเลยไม่ปฏิบัติตาม จึงขอให้ศาลบังคับตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ และสั่งขายทอดตลาดที่ดินดังกล่าวพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ขายได้เงินเท่าใด ให้เป็นของโจทก์แต่ผู้เดียว จำเลยให้การรับตามฟ้อง และขอให้ศาลมีคำพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ศาลชั้นต้นเห็นว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำสั่งปฏิเสธ ไม่ยอมพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๑ วรรคท้าย ประกอบด้วยมาตรา ๒๑๘ วรรคท้าย โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับคำสั่งศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้เป็นไปตามคำขอของโจทก์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตรงกับข้อเท็จจริงที่พิพาทกัน และคำชี้ขาดนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย แต่เห็นว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ มีผลเท่ากับพิพากษายกฟ้องของโจทก์ โจทก์อุทธรณ์เพียงขอให้กลับคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาไปตามคำขอของโจทก์โดยเสียค่าขึ้นศาล ๕๐ บาท ซึ่งเป็นการอุทธรณ์คำสั่งอย่างธรรมดา ซึ่งในการพิพากษาคดีนั้นศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๐ ไม่มีบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดให้อำนาจศาลอุทธรณ์ที่จะบังคับให้ศาลชั้นต้นต้องมีความเห็นว่าคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ขัดต่อกฎหมาย และให้ศาลชั้นต้นพิพากษาตามคำชี้ขาดตามคำขอของโจทก์ได้ ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาตามคำขอของโจทก์ไม่ได้ ทั้งจะพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลชั้นต้นและพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการก็ไม่ได้ เพราะเกินคำขอต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๒ ประกอบด้วยมาตรา ๒๔๖ พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ปฏิเสธไม่ยอมพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เป็นคำสั่งในอำนาจของศาลชั้นต้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๑ วรรคท้าย ประกอบด้วยมาตรา ๒๑๘ วรรคท้าย เมื่อกรณีมิใช่เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นมิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ว่าด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งตามมาตรา ๒๔๓ (๑) ดังที่โจทก์ฎีกา การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้ศาลชั้นต้นพิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการตามคำขอในอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ชอบแล้ว แต่ข้อที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลอุทธรณ์พิพากษาตามคำชี้ขาดดังกล่าวเสียเองไม่ได้ เพราะจะเป็นการพิพากษาเกินคำขอนั้น เห็นว่า คำขอท้ายฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์มีว่า ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งกลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น แล้วสั่งให้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาไปตามคำขอของโจทก์ เช่นนี้ เห็นได้ว่าโจทก์ขอให้คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการดังกล่าวมีผลบังคับโดยคำพิพากษาของศาล ตามมาตรา ๒๒๑ นั่นเอง ฉะนั้น เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ขัดต่อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ก็มีอำนาจพิพากษาตามคำชี้ขาดนั้นได้ หาเป็นการพิพากษาเกินคำขอของโจทก์ไม่ ส่วนที่โจทก์เสียค่าขึ้นศาลมาเพียง ๕๐ บาทก็สืบเนื่องมาจากเรื่องที่โจทก์เข้าใจอำนาจของศาลอุทธรณ์ผิด ซึ่งศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจสั่งให้ศาลชั้นต้นเรียกเก็บค่าขึ้นศาลเพิ่มให้ถูกต้องได้เมื่อจะพิพากษา ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์ไม่พิพากษาตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามฟ้องโจทก์และคำแถลงรับของจำเลย เห็นว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในกรณีนี้ก็คือ ชี้ขาดให้จำเลยคืนเงิน ๔๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์ภายในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๑๖ ส่วนที่อนุญาโตตุลาการกล่าวต่อไปว่าหากไม่คืนภายในกำหนดนี้ ก็ให้โจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลให้สั่งขายที่ดินโฉนดที่ ๑๐๘ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินที่ขายได้ตกเป็นสิทธิแก่โจทก์ผู้เดียวนั้น หาใช่เป็นคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่ เป็นแต่เพียงคำเสนอแนะของอนุญาโตตุลาการว่า หากจำเลยไม่คืนเงินให้โจทก์ภายในกำหนด ก็ให้โจทก์เสนอคดีต่อศาลต่อไปเท่านั้น ส่วนวิธีการบังคับคดีซึ่งศาลจะสั่งขายทอดตลาดที่ดินโฉนดที่ ๑๐๘ พร้อมสิ่งปลูกสร้างหรือไม่ หรือขายทอดตลาดได้เงินเท่าใด ให้ตกเป็นของใครนั้น ย่อมอยู่ภายใต้บทบัญญัติในภาค ๔ ลักษณะ ๒ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาควาแพ่งว่าด้วยการบังคับคดีตามคำพิพากษาและคำสั่ง ฉะนั้น คำขอท้ายฟ้องของโจทก์ที่ขอให้ศาลสั่งขายทอดตลาดที่ดินโฉนดที่ ๑๐๘ พร้อมสิ่งปลูกสร้างโดยขายได้เงินเท่าใด ให้เป็นของโจทก์แต่ผู้เดียว นั้น ย่อมเป็นการขัดต่อวิธีการบังคับคดีดังกล่าว ศาลจะพิพากษาตามคำขอของโจทก์ในข้อนี้ไม่ได้ พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ส่วนคำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยกเสีย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 175/2519 นางเรศ ลิ้มศิริ โจทก์ จ่าสิบตำรวจเพ็ชร สุนทรวรพจน์ ในฐานะส่วนตัวและทายาทผู้รับมรดกนาง ทองเมี้ยน สุนทรวรพจน์ ผู้ตาย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเรศ ลิ้มศิริ · ในฐานะส่วนตัวและทายาทผู้รับมรดกนาง - จ่าสิบตำรวจเพ็ชร สุนทรวรพจน์ · ล. - ทองเมี้ยน สุนทรวรพจน์ ผู้ตาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายสวัสดิ์ รอดเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 161/2507ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 2898/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 7732/2552ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 674/2549ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา