⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1808/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1808/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การรับชำระภาษีอากรโดยพนักงานเจ้าหน้าที่ศุลกากรที่ตรวจสอบแบบที่ยื่นถูกต้องแล้ว ไม่ถือเป็นการประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 87 จึงไม่ต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ก่อนฟ้องคดี 2. สินค้าที่สั่งเข้ามาเพื่อใช้ทดแทนของเก่าที่ชำรุด ไม่ถือเป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์เครื่องจักรที่ได้รับการยกเว้นภาษีตามประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ตรี(11)

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ยื่นแบบใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า แล้วชำระภาษีศุลกากร ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรจำเลยที่ 1 ตรวจแบบที่ยื่นถูกต้องแล้ว ก็รับเงินภาษีอากรที่โจทก์ชำระนั้น การกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่เช่นนี้แม้ในส่วนภาษีการค้าจะได้ทำแทนกรมสรรพากรจำเลยที่ 2 ก็หาใช่เป็นการประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากรมาตรา 87 ไม่ จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 30 เสียก่อนฟ้องคดี สินค้าที่โจทก์นำเข้ามาในราชการจักรมิใช่ส่วนประกอบหรืออุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้อยู่ แต่เป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ที่สั่งเข้ามาภายหลังเพื่อใช้ทดแทนของเก่าที่ชำรุด จึงหาใช่สินค้าที่จะได้รับการยกเว้นภาษีตามความหมายของประมวลรัษฎากร มาตรา 79 ตรี(11) ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลรัษฎากร ม.30 ประมวลรัษฎากร ม.87

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่เก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพื่อจำเลยที่ ๒ สำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบการค้านำเข้ามาในราชอาณาจักรและมีหน้าที่ต้องเสียภาษีก่อนที่จะมีการออกใบขนสินค้าให้ตามกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร โจทก์ได้นำเข้าลูกกลิ้งรองตับเตาเผาซิเมนต์แบบหมุนเข้ามาใช้ในโรงงานของโจทก์ ของดังกล่าวเป็นส่วนประกอบของเครื่องจักรที่โจทก์นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อใช้ในการผลิตของตนเอง จึงได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามนัยประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๙ ตรี (๑๑) แต่จำเลยที่ ๑ เรียกเก็บภาษีดังกล่าวจากโจทก์ก่อนปล่อยของเป็นเงิน ๓๔,๒๑๙.๖๔ บาท โจทก์จำต้องเสียภาษีไปก่อนมิฉะนั้นจำเลยที่ ๑ จะไม่ปล่อยของ โจทก์ขอคืนภาษีนี้แล้ว จำเลยทั้งสองไม่คืนให้ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเป็นเงิน ๓๔,๒๑๙.๖๔ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีนับแต่วันที่โจทก์ขอคืนจนถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑,๙๒๔.๘๓ บาท และนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสองร่วมกันให้การว่า สินค้าที่โจทก์นำเข้าเพื่อใช้ในการผลิตของตนเอง โดยสภาพต้องนำเข้ามาเป็นชุดใช้ประกอบกันเป็นเครื่องจักรเพื่อให้เครื่องจักรนั้นใช้ในการผลิตได้ โจทก์ได้เปิดดำเนินกิจการเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้น สินค้าโจทก์นำเข้าตามฟ้องเพื่อสำรองไว้ใช้จึงมิใช่ตัวเครื่องจักรจะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๗๙ ตรี (๑๑) เจ้าหน้าที่ของจำเลยที่ ๑ เรียกเก็บภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลจากโจทก์ชอบด้วยกฎหมายแล้ว มิได้ปฏิบัติตามพิธีการที่กรมศุลกากรได้ประกาศใช้จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษี ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า สินค้ารายพิพาทเป็นส่วนประกอบของเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตของโจทก์เอง จึงได้รับยกเว้นภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลตามนัยแห่งประมวลรัษฎากร ตาม ๗๙ ตรี(๑๑) พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินภาษี ๓๔,๒๑๙.๖๔ บาท และดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง ๑,๙๒๔.๘๓ บาท รวมเป็นเงิน ๓๖,๑๔๔.๔๔ บาทให้แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีสำหรับต้นเงิน ๓๔,๒๑๙.๖๔ บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเงินเสร็จ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า สินค้าที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีการค้านั้นหมายถึงส่วนประกอบและอุปกรณ์เครื่องจักรที่นำเข้าพร้อมกับเครื่องจักรเท่านั้น ลูกกลิ้งที่โจทก์นำเข้านั้นเป็นสินค้าอะไหล่ โจทก์ไม่ได้รับยกเว้นการเสียภาษี พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ในเบื้องต้นเห็นสมควรวินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ ตามข้อเท็จจริงข้างต้น โจทก์ยื่นแบบใบขนสินค้าขาเข้าและแบบแสดงรายการการค้า แล้วขำระภาษีศุลกากร ภาษีการค้า และภาษีบำรุงเทศบาล พนักงานเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรจำเลยที่ ๑ ตรวจแบบที่ยื่นถูกต้องแล้ว ก็รับเงินภาษีอากรที่โจทก์ชำระนั้น การกระทำของพนักงานเจ้าหน้าที่เช่นนี้แม้ในส่วนภาษีการค้าจะได้ทำแทนกรมสรรพากรจำเลยที่ ๒ ก็หาใช่เป็นการประเมินภาษีตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๘๗ ไม่ จึงไม่อยู่ในบังคับที่จะต้องอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๓๐ เสียก่อนฟ้อง ฉะนั้น โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องคดีได้ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า สินค้าที่โจทก์นำเข้านั้นเป็นสินค้าอันได้รับยกเว้นภาษีการค้าตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๙ ตรี (๑) หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า เครื่องจักรพร้อมทั้งส่วนประกอบและอุปกรณ์นั้น โจทก์ได้นำเข้ามาในราชการจักรมิใช่ส่วนประกอบหรืออุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้อยู่ แต่เป็นส่วนประกอบหรืออุปกรณ์ที่สั่งเข้ามาภายหลังเพื่อใช้ทดแทนของเก่าที่ชำรุด จึงหาใช่สินค้าที่จะได้รับการยกเว้นภาษีตามความหมายของประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๙ ตรี(๑๑) ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1808/2519 บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดฯ โจทก์ กรมศุลกากร กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัดฯ · ล. - กรมศุลกากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ผสม จิตรชุ่ม · บัญญัติ สุชีวะ · ยงยุทธ เลอลภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายธรรมนิตย์ วิชญเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 162/2512ฎีกา 818/2536ฎีกา 404/2526ฎีกา 108/2545ฎีกา 344/2531ฎีกา 9671/2539ฎีกา 7177/2545ฎีกา 1073/2508ฎีกา 1249/2526ฎีกา 1490/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2893/2531ฎีกา 5360/2546ฎีกา 5693/2549ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา