⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 195/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลพิพากษาตามยอมแล้ว คู่ความทุกฝ่ายมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา และชอบที่จะร้องขอให้บังคับคดีในส่วนที่อีกฝ่ายหนึ่งต้องปฏิบัติได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลพิพากษาตามยอมให้โจทก์และจำเลยต่างปฏิบัติการชำระหนี้ตามคำพิพากษา ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จำเลยต่างมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา โจทก์จำเลยย่อมชอบที่จะร้องขอให้ดำเนินการบังคับไปตามคำพิพากษาในส่วนที่บังคับอีกฝ่ายให้ปฏิบัติ ในเมื่อคดีนี้ยังไม่มีการบังคับคดี จำเลยจึงจะขอให้งดการบังคับคดีเพื่อที่จะไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษานั้นหาได้ไม่ และคดีไม่จำเป็นต้องไต่สวนว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายผิดสัญญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.292 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ชนะคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยเพื่อขายทอดตลาดชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องร้องว่า ห้องแถวไม้ชั้นเดียว ๒ ห้อง เลขที่ ๑๖ ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง ไม่ใช่ของจำเลย เดิมจำเลยกู้เงินผู้ร้องไป ๖๐,๐๐๐ บาท ถึงกำหนดจำเลยไม่มีเงินชำระหนี้ จึงได้โอนกรรมสิทธิ์ห้องแถวดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง เป็นการหักหนี้หรือชำระหนี้ โจทก์ให้การว่า ห้องแถวเลขที่ ๑๖ ที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลย ที่ผู้ร้องอ้างว่า จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ห้องพิพาทให้ผู้ร้องชำระหนี้เงินกู้นั้น การโอนไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า บันทึกการหักหนี้และโอนกรรมสิทธิ์ห้องแถวพิพาทตามเอกสารหมาย ร.๒ ที่ผู้ร้องอ้าง เป็นสัญญาชำระหนี้โดยการโอนกรรมสิทธิ์ห้องแถวพิพาทซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรคแรก บันทึกการโอนห้องแถวพิพาทตีใช้หนี้เงินกู้ จึงเข้าลักษณะนิติกรรมโอนอสังหาริมทรัพย์ที่จะต้องอยู่ในบังคับแห่งมาตรา ๑๒๙๙ ดังกล่าว คือจะต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เมื่อจำเลยและผู้ร้องทำบันทึกการโอนกรรมสิทธิ์ห้องแถวพิพาทรายนี้เป็นหนังสือ แต่มิได้จดทะเบียนการได้มากับพนักงานเจ้าหน้าที่ การโอนกรรมสิทธิ์ห้องแถวพิพาทจึงถือว่าไม่บริบูรณ์ ผลก็คือว่ากรรมสิทธิ์ในห้องแถวพิพาทยังเป็นของจำเลยและไม่ได้โอนไปสู่ผู้ร้อง โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาจึงนำยึดห้องแถวพิพาทได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 195/2519 เด็กชายทวี สมไสย์ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน โดยนางดวง สมไสย์หรือวรนาม มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม โจทก์ นางเบ็ญ ไกรราช ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความสมไสย์หรือวรนาม - เด็กชายทวี สมไสย์ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน โดยนางดวง · โจทก์ - มารดาผู้แทนโดยชอบธรรม · ล. - นางเบ็ญ ไกรราช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล วิบุลศิลป์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6981/2547ฎีกา 951/2544ฎีกา 699/2553ฎีกา 1280/2506ฎีกา 3777/2540ฎีกา 151/2551ฎีกา 8759/2538ฎีกา 3831/2552ฎีกา 7258/2540ฎีกา 6/2534ฎีกา 3483/2529ฎีกา 1173/2545ฎีกา 2902/2538ฎีกา 2414/2532ฎีกา 907/2503ฎีกา 1485/2524ฎีกา 10078/2551ฎีกา 3276/2534ฎีกา 3654/2541ฎีกา 938/2503ฎีกา 768/2518ฎีกา 1785/2566ฎีกา 1701/2524ฎีกา 784/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา