คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2053/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ที่วินิจฉัยว่าการกระทำของนายจ้างเป็นการกระทำที่ไม่เป็นธรรม ถือเป็นการโต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของนายจ้างแล้ว นายจ้างจึงมีอำนาจฟ้องต่อศาลแรงงานได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์เป็นเจ้าของและผู้จัดการโรงเรียน ได้ถูกครูกล่าวหาว่าเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม จำเลยทั้ง 8 ในฐานะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ออกคำชี้ขาดว่าการกระทำของโจทก์เป็นการกระทำไม่เป็นธรรม ให้โจทก์รับครูผู้กล่าวหาเข้าทำงานตามเดิมและจ่ายเงินให้ผู้กล่าวหาอีกจำนวนหนึ่ง โดยให้โจทก์ปฏิบัติภายใน 15 วันนั้น คำชี้ขาดดังกล่าวได้ออกโดยอาศัยอำนาจตามข้อ 75 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 คำชี้ขาดตามประกาศดังกล่าว ข้อ 17,18 ให้บังคับได้เป็นเวลา 1 ปี หาใช่เป็นเพียงคำเตือนของพนักงานตรวจแรงงานหรือพนักงานเงินทดแทนไม่ ถือได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์แล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของและผู้จัดการโรงเรียน ได้ถูกกล่าวหาว่าเลิกจ้างผู้กล่าวหาโดยไม่เป็นธรรม จำเลยในฐานะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ชี้ขาดว่าการกระทำของโจทก์ที่เลิกจ้างผู้กล่าวหาเป็นการกระทำอันไม่เป็นธรรมให้โจทก์รับผู้กล่าวหาเข้าทำงานตามเดิมและจ่ายเงินให้แก่ผู้กล่าวหา โดยให้โจทก์ปฏิบัติตามคำสั่งภายใน 15 วัน ซึ่งการชี้ขาดดังกล่าวจำเลยมิได้สืบพยานโดยตนเอง จึงวินิจฉัยข้อเท็จจริงไม่ถูกต้อง ขอให้ศาลเพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลย
จำเลยที่ 1, 3, 4, 5, 7 และ 8 ให้การว่า คำวินิจฉัยของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชอบด้วยกฎหมายและวิธีปฏิบัติแล้ว และจำเลยที่ 4 ยังได้ตัดฟ้องว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
จำเลยที่ 2 ยื่นคำให้การเมื่อพ้นกำหนดแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งจำหน่ายคดีจำเลยที่ 2 ออกจากสารบบความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 198 ส่วนจำเลยที่ 6 มิได้ยื่นคำให้การและศาลชั้นต้นยังมิได้มีคำสั่ง
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเป็นการออกคำเตือน หากโจทก์เห็นว่าคำเตือนไม่ถูกต้องก็ไม่จำต้องปฏิบัติตามยังถือมิได้ว่าโจทก์ถูกโต้แย้งสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 55 โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยในฐานะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ออกคำชี้ขาดโดยอาศัยอำนาจตามข้อ 75 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 คำชี้ขาดตามประกาศดังกล่าวข้อ 17, 18 ใช้บังคับได้เป็นเวลา 1 ปี มิใช่เป็นเพียงคำเตือน ถือว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิและหน้าที่ของโจทก์แล้ว โจทก์มีอำนาจฟ้อง คดียังมีข้อเท็จจริงที่จะต้องพิจารณาสืบพยานต่อไปพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยที่ 1, 3, 5, 7 และ 8 ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การวินิจฉัยคำร้องเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมเป็นกรณีตามข้อ 75 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ซึ่งให้กรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาด ถ้าปรากฏมีการฝ่าฝืนก็ให้สั่งเป็นหนังสือ ให้ผู้ถูกกล่าวหากระทำหรืองดเว้นการกระทำตามควรแก่กรณี คำชี้ขาดของคณะกรรมการตามข้อ 75 นี้ แม้มิได้มีข้อบัญญัติว่าคู่กรณีต้องปฏิบัติตามก็ตาม แต่ศาลฎีกาก็เห็นว่าเมื่อมีประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 103 ข้อ 4 ให้กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจหน้าที่ชี้ขาดแรงงานและวินิจฉัยชี้ขาดการกระทำอันไม่เป็นธรรมเช่นนี้ ย่อมแสดงอยู่ในตัวว่าคู่กรณีต้องปฏิบัติตามคำชี้ขาดนั้น เมื่อการชี้ขาดของจำเลยมีผลให้โจทก์ต้องปฏิบัติตาม เป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยในฐานะกรรมการแรงงานสัมพันธ์เพื่อให้ศาลสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2053/2519
คุณหญิงเชิญ พิศาลบุตร โจทก์
นายดำริ น้อยมณี ที่ 1 นายสุวรรณ รื่นยศ ที่ 2 จำเลย
นายกำจัด ผาติสุวัฒณ ที่ 3 นายลิ่วละล่อง บุนนาค ที่ 4 จำเลย
นายอมร รักษาสัตย์ ที่ 5 นายสนั่น วงศ์สุธี ที่ 6 จำเลย
นายนิคม จันทร์วิฑูร ที่ 7 นายเจริญ ศิริพันธ์ ที่ 8 จำ
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - คุณหญิงเชิญ พิศาลบุตร · จำเลย - นายดำริ น้อยมณี ที่ 1 นายสุวรรณ รื่นยศ ที่ 2 · จำเลย - นายกำจัด ผาติสุวัฒณ ที่ 3 นายลิ่วละล่อง บุนนาค ที่ 4 · จำเลย - นายอมร รักษาสัตย์ ที่ 5 นายสนั่น วงศ์สุธี ที่ 6 · จำ - นายนิคม จันทร์วิฑูร ที่ 7 นายเจริญ ศิริพันธ์ ที่ 8 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม ทันด่วน · ชลอ จามรมาน · สมคิด มงคลชาติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา