⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 234/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 234/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เครื่องหมายการค้าของโจทก์และจำเลยมีความคล้ายคลึงกัน แต่หากธุรกิจของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงและไม่น่าจะก่อให้เกิดความสับสนหรือเข้าใจผิดในหมู่ประชาชนทั่วไปได้ จะไม่ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิในเครื่องหมายการค้า

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะได้ใช้คำว่า SHERATON มาเป็นเวลาช้านาน และเป็นคำสำคัญในชื่อโรงแรมของโจทก์ ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่โจทก์ประกอบธุรกิจเฉพาะโรงแรม ส่วนจำเลยทำการค้าเพชร พลอย เครื่องประดับ ฯลฯ อันเป็นธุรกิจที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กัน ไม่อาจที่จะเห็นได้ว่ามีการซับซ้อนอย่างแท้จริงได้ สำหรับกิจการของโรงแรมโจทก์กับกิจการของห้างจำเลย หรือชื่อของห้างจำเลยนั้นจะทำให้เกิดความสับสน หรือความเข้าใจผิดขึ้นระหว่างชนทั่วไปแก่โรงแรมโจทก์ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นแก่กิจการของโจทก์ก็หาไม่ การที่โจทก์ใช้คำว่า SHERATON ประทับไว้ในบรรดาสิ่งของเครื่องใช้ของโรงแรมโจทก์ และพิมพ์บนกระดาษเขียนจดหมาย ภาพถ่าย กลักไม้ขีด และอื่น ๆ เป็นเพียงมุ่งหวังโฆษณาชี้ชวนในกิจการโรงแรมของโจทก์เป็นประการสำคัญ หาทำให้โจทก์มีสิทธิที่จะขอให้ห้ามจำเลยตามฟ้องไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.421

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นบริษัทในประเทศสหรัฐอเมริกา จำเลยจดทะเบียนเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดในประเทศไทย โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ประดิษฐ์คำว่า เชอราตัน (SHERATON) ใช้ในการขานชื่อบริษัทโจทก์ ทำธุรกิจโรงแรม และใช้เป็นเครื่องหมายการค้ากำกับสินค้าของโจทก์ ผลิตขึ้นมากว่า ๒๐ ปีแล้ว เป็นคำบ่งเฉพาะแปลไม่ได้ โจทก์ใช้คำดังกล่าวเป็นที่นิยมรู้จักในหลายประเทศ ได้จดทะเบียนเป็นชื่อในการประกอบการค้า และได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่ประเทศสหรัฐอเมริกามาประมาณ ๑๕ ปี สำหรับประเทศไทยโจทก์ได้เข้ามาดำเนินกิจการโรงแรมเชอราตัน บางกอก โฮเต็ล ได้ใช้เครื่องหมายการค้าที่โจทก์ทำขึ้นในเอกสารและภาชนะต่าง ๆ เป็นที่รู้จักอยู่ในความนิยมของประชาชน และโจทก์กำลังยื่นคำขอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าคำว่า เชอราตัน ในประเทศไทยอยู่ จำเลยได้อาศัยความนิยมของประชาชนในชื่อเสียงของโจทก์ ใช้คำว่าเชอราตัน เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนของจำเลย และใช้เครื่องหมายการค้าเชอราตันกำกับในสินค้าของจำเลยและในเอกสารต่าง ๆ โดยจำเลยทราบมาก่อนแล้วว่าโจทก์เป็นเจ้าของชื่อนี้ และใช้เครื่องหมายการค้านี้มาก่อนเป็นเวลานาน ซึ่งทำให้ประชาชนหลงเข้าใจผิดว่าห้างหุ้นส่วนจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของกิจการของโจทก์ และสินค้าที่จำเลยผลิตเป็นสินค้าที่โจทก์ผลิตหรือมีส่วนเกี่ยวข้อง ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยระงับการกระทำดังกล่าว จำเลยก็เพิกเฉย จึงขอให้ศาลพิพากษาห้ามจำเลยใช้คำว่า เชอราตัน (SHERATON) เป็นชื่อห้างหุ้นส่วนจำเลย ให้จำเลยยื่นคำขอเปลี่ยนแปลงไม่ใช้ชื่อนี้ต่อนายทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทกลาง และห้ามไม่ให้จำเลยใช้เครื่องหมายการค้าเชอราตัน (SHERATON) กำกับสินค้าของจำเลยต่อไป จำเลยให้การว่า คำว่า เชอราตัน โจทก์ไม่ได้ประดิษฐ์และไม่ใช่เจ้าของ โจทก์ไม่เคยใช้คำดังกล่าวเป็นเครื่องหมายการค้า โจทก์จะใช้เป็นชื่อในการทำธุรกิจโรงแรงหรือไม่ จำเลยไม่รับรอง หากมีก็เพียงใช้เป็นส่วนหนึ่งของชื่อบริษัทโจทก์ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดสิทธิใด ๆ แก่โจทก์ จำเลยใช้ชื่อห้างของจำเลยโดยสุจริต ไม่เคยใช้คำว่า เชอราตันเป็นเครื่องหมายการค้า กิจการธุรกิจโรงแรมของโจทก์ชื่อ เชอราตันบางกอกโฮเต็ล แตกต่างกับชื่อที่จำเลยใช้ กิจการของโจทก์กับจำเลยก็ต่างกัน ไม่ทำให้ประชนชนหลงผิด กับตัดฟ้องว่า โจทก์ยังมิได้จดทะเบียนคำว่า เชอราตัน เป็นเครื่องหมายการค้าตามกฎหมายไทย จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยไม่เป็นการละเมิด ไม่ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การที่ห้างจำเลยใช้คำว่า เชอราตัน (SHERATON) พ้องกับชื่อบริษัทและโรงแรมของโจทก์ ไม่ใช่ลักษณะที่จะเกิดความเสียหายหรือเสื่อมเสียประโยชน์แก่โจทก์ประการใด โจทก์ไม่อาจห้ามได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ปัญหาที่จะวินิจฉัยมีว่า โจทก์จะมีอำนาจฟ้องขอให้สั่งห้ามมิให้จำเลยใช้คำว่า "เชอราตัน" "SHERATON" หรือไม่ ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว คำว่า "SHERATON" มิใช่เป็นชื่อเฉพาะที่โจทก์ประดิษฐ์คิดขึ้น เมื่อโจทก์ไปยื่นคำขอจดทะเบียนการค้า โจทก์แจ้งว่า "เชอราตัน" แปลไม่ได้ เป็นชื่อในภูมิศาสตร์และนามสกุลจำเลยนำสืบว่า "SHERATON" เป็นชื่อสกุลของช่างทำและออกแบบเครื่องเฟอร์นิเจอร์ชาวอังกฤษคนหนึ่ง ดังนี้สาธารณชนทั้งจำเลยจึงชอบที่จะใช้คำนี้ได้ จริงอยู่ แม้โจทก์จะได้ใช้คำว่า SHERATON มาเป็นเวลาช้านาน และเป็นคำสำคัญในชื่อโรงแรมของโจทก์ ได้จดทะเบียนไว้แล้ว ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา แต่โจทก์ประกอบธุรกิจเฉพาะในด้านโรงแรม ส่วนจำเลยทำการค้าสินค้าเพชร พลอย เครื่องประดับ เครื่องแกะสลัก ผ้าไหม และเครื่องเงิน เครื่องลงหิน เป็นธุรกิจที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือสัมพันธ์กัน ไม่อาจที่จะเห็นได้ว่ามีการซับซ้อนอย่างแท้จริงได้ สำหรับกิจการของโรงแรมโจทก์กับกิจการของห้างจำเลยหรือชื่อของห้างจำเลยนั้น จะทำให้เกิดความสับสนหรือความเข้าใจผิดขึ้นระหว่างชนทั่วไปแก่โรงแรมโจทก์ อันจะก่อให้เกิดความเสียหายขึ้นแก่กิจการของโจทก์ก็หาไม่ โจทก์จะกล่าวอ้างว่าเป็นการกระทบกระเทือนแก่ธุรกิจโรงแรมของโจทก์ย่อมฟังไม่ได้ การที่โจทก์ใช้คำว่า "SHERATON" ประทับไว้ในบรรดาสิ่งของเครื่องใช้ของโรงแรมโจทก์ และพิมพ์บนกระดาษเขียนจดหมาย ภาพถ่าย กลักไม้ขีดไฟ และอื่น ๆ เป็นเพียงมุ่งหวังโฆษณาชี้ชวนในกิจการโรงแรมของโจทก์เป็นประการสำคัญ หาทำให้โจทก์มีสิทธิที่จะขอให้ห้ามจำเลยตามฟ้องไม่ ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบด้วยรูปคดีแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 234/2519 บริษัท ไอทีที เชอราตัน อินเตอร์เนชั่นแนว อิงค์ โดยนายปีเตอร์ ทอมม์สัน ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชอราตัน จิวเวลรี่ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความทอมม์สัน - บริษัท ไอทีที เชอราตัน อินเตอร์เนชั่นแนว อิงค์ โดยนายปีเตอร์ · โจทก์ - ผู้รับมอบอำนาจ · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเชอราตัน จิวเวลรี่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พิชัย รชตะนันทน์ · ชุ่ม สุนทรธัย · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวัฒน์ ผดุงจิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุจริต ถาวรสุข
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา