⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2458/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2458/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ มิฉะนั้นเป็นโมฆะ

ย่อคำพิพากษา

การโอนขายห้องพิพาทโดยผู้รับโอนจะใช้เป็นที่ค้าขาย มิใช่เพื่อรื้อเอาไป ห้องพิพาทเป็นอสังหาริมทรัพย์ เมื่อการโอนขายไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนสิทธิ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงเป็นโมฆะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 456

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.115 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.133 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.456

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ เดิมศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๓, ๔, ๕, ๖ ในฐานะทายาทและจำเลยร่วม ในฐานะผู้จัดการมรดกของนายเต่ยหรือวันชัย วัฒนนภาเกษม ผู้ตาย ร่วมกันชำระหนี้ตามเช็ค ๕๔,๐๐๐ บาท กับค่าฤชาธรรมเนียมแก่โจทก์ จำเลยดังกล่าวไม่ชำระโจทก์จึงนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดห้องแถวไม้สองชั้นเลขที่ ค.๑๕ - ๑๖ สองห้อง เลขที่ จ.๓ (บ้านเลขที่ ๓) หนึ่งห้อง ผู้ร้องร้องขัดทรัพย์ขึ้นว่า ห้องแถวไม้เลขที่ ค.๑๕ - ๑๖ และเลขที่ จ.๓ ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึด ไม่ใช่ของจำเลย เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องได้มาโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนสิทธิ์โดยสุจริต ขอให้ปล่อยการยึด โจทก์ให้การว่า ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลย การโอนทรัพย์สินระหว่างจำเลยกับผู้ร้องไม่สุจริต สมยอมกันฉ้อฉลโจทก์ ไม่มีการชำระราคา ทำให้โจทก์เสียเปรียบ ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า (ข้อเท็จจริง) รับฟังได้ว่าจำเลยร่วมผู้จัดการมรดกของนายเต่ยหรือวันชัยได้โอนขายห้องพิพาททั้งสามห้องมรดกของนายเต่ยหรือวันชัยให้ผู้ร้องโดยได้รับอนุญาตจากกรมประชาสงเคราะห์เจ้าของที่ดิน แต่ไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนสิทธิ์ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ร้องรับโอนห้องพิพาทจากจำเลยร่วม มิใช่เพื่อรื้อเอาไป แต่เพื่อใช้เป็นที่ค้าขายเครื่องดื่มและค้าของชำ และรับโอนยังไม่ครบ ๑๐ ปี ห้องพิพาททั้งสามห้องเป็นอสังหาริมทรัพย์ การโอนขายเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๔๕๖ กรรมสิทธิ์ในเรือนพิพาทจึงยังเป็นของจำเลยที่ ๓, ๔, ๕, ๖ อยู่ ไม่ใช่ของผู้ร้อง ผู้ร้องไม่มีสิทธิ์ร้องขัดทรัพย์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2458/2519 นายนิวัตร พัฒนศักดิ์สุธี โจทก์ นางจรุณ วัฒนนภาเกษม ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน ล. นายบัณฑูรย์ วัฒนนภาเกษม จำเลยร่วม นายจรัลหรือจรัญ ผาสุริวงษ์ ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนิวัตร พัฒนศักดิ์สุธี · ล. - นางจรุณ วัฒนนภาเกษม ที่ 1 กับพวกรวม 6 คน · จำเลยร่วม - นายบัณฑูรย์ วัฒนนภาเกษม · ผู้ร้อง - นายจรัลหรือจรัญ ผาสุริวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · ถนัด ลีลากุล · ภิญโญ ธีรนิติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายสาโรจน์ วัฒนะ · ศาลอุทธรณ์ - นายประการ กาญจนศูนย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 734/2526ฎีกา 2257/2521ฎีกา 4179/2539ฎีกา 1658/2513ฎีกา 78-85/2496ฎีกา 523/2497ฎีกา 1510/2552ฎีกา 1369/2479ฎีกา 1434/2495ฎีกา 740/2493ฎีกา 6939/2552ฎีกา 1216/2538ฎีกา 2946/2549ฎีกา 6592/2537ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1008/2496ฎีกา 5564/2537ฎีกา 259/2486ฎีกา 288/2503ฎีกา 3345/2525ฎีกา 1730/2520ฎีกา 280/2536ฎีกา 2971/2543ฎีกา 17393/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา