⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2481-2485/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2481-2485/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประกอบการขนส่งนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตถือเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติการขนส่งฯ และมีโทษตามกฎหมาย ผู้ขับรถยนต์โดยสารประจำทางที่ทำหน้าที่ประจำเครื่องอุปกรณ์การขนส่งไม่ถือเป็นผู้ประกอบการขนส่งและไม่มีความผิดตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งฯ

ย่อคำพิพากษา

บริษัทจำเลยที่ 1 ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางจากจังหวัดสิงห์บุรีถึงบ้านชันสูตร การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 6 ได้ร่วมกันนำรถยนต์โดยสารเข้าไปรับส่งคนโดยสารและสินค้าในเส้นทางซึ่งนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนนั้น ย่อมเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 10 อันมีโทษตามมาตรา 59 ตามฟ้องโดยตรง เพราะออกวิ่งนอกเส้นทางที่กำหนดให้ประกอบการขนส่ง หาได้เป็นความผิดเกี่ยวกับมาตราอื่นที่โจทก์มิได้ประสงค์จะให้ลงโทษไม่ จำเลยที่ 7 ของแต่ละสำนวนเป็นผู้ขับรถยนต์โดยสารประจำทางตามฟ้อง จึงเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ประจำเครื่องอุปกรณ์การขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. 2497 มาตรา 34(1) ซึ่งบัญญัติบังคับไว้โดยเฉพาะ จำเลยที่ 7 จึงมิใช่ผู้ประกอบการขนส่งด้วยไม่มีความผิดตามมาตรา 10 ดังฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.10 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.34 พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ.2497 ม.59

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้ง ๕ สำนวนฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ทำการขนส่งผู้โดยสารและดำเนินกิจการทุกชนิดเกี่ยวกับการขนส่ง โดยมีจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๖ เป็นกรรมการ และมีจำเลยที่ ๗ แต่ละสำนวนเป็นผู้ขับรถ เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยทุกคนในสำนวนที่ ๒ ที่ ๔ และในวันที่ ๗ มกราคม ๒๕๑๘ จำเลยทุกคนในสำนวนที่ ๑ ที่ ๓ และที่ ๕ ได้บังอาจร่วมกันประกอบการขนส่งผู้โดยสารในเส้นทางซึ่งจำเลยมิได้รับใบอนุญาตการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสารจากนางทะเบียนการขนส่งตามกฎหมาย ทั้งนี้ โดยจำเลยที่ ๗ แต่ละสำนวนเป็นผู้ขับรถโดยสารประจำทางนั้น ๆ เหตุเกิดที่ตำบลบางพุทรา อำเภอเมืองสิงห์บุรี ตำบลโพธิ์ชนไก่ อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี และตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เกี่ยวพันกัน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๒, ๑๐, ๕๙ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ พระราชกฤษฎีกาให้ใช้พระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ ในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสาร พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๓, ๔, ๖ จำเลยทุกคนในทุกสำนวนให้การปฏิเสธ ก่อนสืบพยานโจทก์จำเลยรับกันฟังข้อเท็จจริงได้ว่า รถยนต์โดยสารทุกคันตามที่โจทก์ฟ้องเป็นของบริษัทจำเลยที่ ๑ ซึ่งได้รับใบอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสารจังหวัดสิงห์บุรีถึงบ้านชันสูตร ส่วนเส้นทางต่อจากบ้านชันสูตรถึงอำเภอสรรคบุรีซึ่งจำเลยนำรถยนต์โดยสารเข้าไปวิ่งตามฟ้องนั้นยังไม่ได้รับอนุญาตให้นำรถเข้าไปวิ่งรับส่งคนโดยสารได้ จำเลยที่ ๗ แต่ละสำนวนต่างเป็นลูกจ้างขับรถยนต์แต่ละคันตามฟ้องของบริษัทจำเลยที่ ๑ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า เมื่อบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งเพื่อสินจ้างแล้ว การกระทำของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ จึงไม่ผิดตามมาตรา ๑๐ ส่วนการที่จำเลยนำรถวิ่งเลยไปถึงอำเภอสรรคบุรีเกินกำหนดเส้นทางที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งนั้น เป็นการกระทำเกี่ยวกับมาตราอื่นที่โจทก์มิได้ประสงค์จะให้ลงโทษและมิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์อ้างฐานความผิดหรือบทมาตราผิด ส่วนจำเลยที่ ๗ แต่ละสำนวนเป็นลูกจ้างคนขับรถยนต์ของบริษัทจำเลยที่ ๑ จึงมิใช่ผู้ประกอบการขนส่ง เมื่อการกระทำของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ไม่เป็นความผิดตามฟ้อง จำเลยที่ ๗ ทุกคนก็ไม่มีความผิดฐานร่วมกระทำผิดด้วย พิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้ง ๕ สำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าจำเลยทุกคนแต่ละสำนวนมีความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๒, ๑๐, ๕๙ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ พระราชบัญญัติกฤษฎีกาให้ใช้การขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ ในส่วนที่เกี่ยวกับการขนส่งประจำทางด้วยรถยนต์โดยสาร พ.ศ. ๒๕๐๗ มาตรา ๓, ๔, ๖ ให้ปรับจำเลยทุกคนในแต่ละสำนวนคนละ ๑,๐๐๐ บาท จำเลยทั้ง ๕ สำนวนฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า รถยนต์โดยสารของบริษัทจำเลยที่ ๑ ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประจำทางจากจังหวัดสิงห์บุรีถึงบ้านชันสูตร การที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๖ ได้ร่วมกันนำรถยนต์โดยสารเข้าไปรับส่งคนโดยสารและสินค้าในเส้นทางซึ่งนอกเหนือจากที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนนั้น ย่อมเป็นการฝ่าฝืนต่อพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๐ อันมีโทษตามมาตรา ๕๙ ตามฟ้องโดยตรง เพราะออกวิ่งนอกเส้นทางที่กำหนดให้ประกอบการขนส่ง หาได้เป็นความผิดเกี่ยวกับมาตราอื่นที่โจทก์มิได้ประสงค์จะให้ลงโทษไม่ จำเลยที่ ๗ ของแต่ละสำนวนเป็นผู้ขับรถยนต์โดยสารประจำทางตามฟ้องจึงเป็นบุคคลที่ทำหน้าที่ประจำเครื่องอุปกรณ์การขนส่งตามพระราชบัญญัติการขนส่ง พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓๔(๑) ซึ่งบัญญัติบังคับไว้โดยเฉพาะ จำเลยที่ ๗ จึงไม่ใช่ผู้ประกอบการขนส่งด้วยไม่มีความผิดตามมาตรา ๑๐ ดังฟ้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๗ ทุกสำนวน นอกจากที่แก้คงให้บังคับคดีเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2481 - 2485/2519 พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท โจทก์ บริษัทภาคกลางเดินรถ จำกัด โดยนายพาจน์ ฟักพันธ์, นายทรง บุญมาฑิต กับ พวก ล. รวม 5 สำนวน

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชัยนาท · กับ - บริษัทภาคกลางเดินรถ จำกัด โดยนายพาจน์ ฟักพันธ์, นายทรง บุญมาฑิต · ล. - พวก · สำนวน - รวม 5
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สอน ไชยสุต · มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ประถม วิเชียรเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชัยนาท - นายไพริน มะนุญพร · ศาลอุทธรณ์ - นายยง โรจนสุพจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 1270/2506ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา