คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การยื่นคำร้องขอให้ศาลแก้ไขประเด็นหน้าที่นำสืบใหม่ โดยระบุว่าหากศาลไม่แก้ไขจะถือเป็นคำร้องคัดค้านเพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์ฎีกา ถือเป็นการแสดงความประสงค์ไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่การโต้แย้งคำสั่งศาลตามกฎหมาย
* เอกสารท้ายคำให้การถือเป็นส่วนหนึ่งของคำให้การ ศาลมีอำนาจหยิบยกข้อความในเอกสารดังกล่าวขึ้นวินิจฉัยได้ แม้โจทก์มิได้อ้างเอกสารนั้นก็ตาม
* ข้อเท็จจริงที่อ้างขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
ย่อคำพิพากษา
จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขประเด็นหน้าที่นำสืบใหม่และระบุว่าหากศาลพิจารณาเห็นว่าไม่ควรแก้ไขให้ถือตามประเด็นเดิม จำเลยก็จะถือคำร้องฉบับนี้เป็นคำร้องคัดค้านการกำหนดประเด็น เพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์ฎีกานั้น เป็นแต่เพียงการแสดงความประสงค์ของจำเลยไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่ง ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งคำสั่งของศาลตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 226(2)
เอกสารท้ายคำให้การย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของคำให้การด้วย เมื่อเอกสาร ล.1 ซึ่งเป็นสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยมีข้อความเป็นอย่างเดียวกับสำเนาสัญญาการจำหน่ายแก๊สปิโตรเลี่ยม ท้ายคำให้การจำเลย ดังนั้น แม้โจทก์มิได้ระบุอ้างเอกสาร ล.1 ก็เป็นอำนาจของศาลที่จะหยิบยกเอาข้อความในเอกสาร ล.1 ซึ่งเป็นประเด็นและพยานหลักฐานในสำนวนขึ้นมาเป็นข้อวินิจฉัยได้ ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น
ข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องและเพิ่มเติมฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๑๓๑,๒๕๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี และค่าเสียหายเดือนละ ๔,๒๖๑ บาท นับแต่วันฟ้องจนถึงวันส่งท่อแก๊สคืนหรือวันใช้เงินเสร็จ
จำเลยทั้งสองให้การว่า ท่อแก๊สเป็นของโจทก์ จำเลยไม่มีสิทธิ์ทวงถามให้ลูกค้าคืนท่อแก๊ส ความเสียหายเกิดจากความประมาทของโจทก์ และหากจำเลยต้องรับผิดค่าเสียหายก็ไม่ถึงตามฟ้อง
ศาลชั้นต้นชี้สองสถานกำหนดประเด็น แล้วจำเลยยื่นคำร้องว่าการกำหนดประเด็นไม่ถูกและควรกำหนดตามจำเลย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ประเด็นตามคำร้องของจำเลยมีอยู่ในประเด็นที่กำหนดไว้แล้ว ให้ยกคำร้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันส่งคืนท่อแก๊ส หากส่งคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์คำสั่งและคำพิพากษา
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นแก้ไขประเด็นหน้าที่นำสืบใหม่ คำร้องดังกล่าวระบุไว้ชัดว่าหากศาลพิจารณามีความเห็นว่าไม่สมควรแก้ไข ให้ถือตามประเด็นเดิม จำเลยก็จะถือคำร้องฉบับนี้เป็นคำร้องคัดค้านการกำหนดประเด็นของศาลเพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์ฎีกาของจำเลยต่อไป ถือได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งคำสั่งของศาลชั้นต้นเกี่ยวกับการกำหนดประเด็นแล้ว ปรากฏตามคำสั่งคำร้องของศาลชั้นต้นว่า ให้ยกคำร้องของจำเลยเสีย โดยไม่มีข้อแม้ไว้อย่างใด จึงต้องถือว่าศาลชั้นต้นยกคำร้องของจำเลยดังกล่าวทั้งหมด ข้อที่จำเลยอ้างว่าในคำร้องระบุไว้ชัดว่า หากศาลพิจารณาเห็นว่าไม่ควรแก้ไขให้ถือตามประเด็นเดิม จำเลยก็จะถือคำร้องฉบับนี้เป็นคำร้องคัดค้านการกำหนดประเด็น เพื่อประโยชน์ในการอุทธรณ์ฎีกานั้น เห็นว่าเป็นแต่เพียงการแสดงความประสงค์ของจำเลยไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่ง ถือไม่ได้ว่าจำเลยได้โต้แย้งคำสั่งของศาลตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖(๒)
จำเลยฎีกาว่า ศาลหยิบยกเอาข้อความในเอกสาร ล.๑ อันเป็นเอกสารที่จำเลยอ้าง และโจทก์มิได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารนี้ ศาลนำมาวินิจฉัยให้จำเลยต้องรับผิดตามข้อความในเอกสารดังกล่าวเป็นการไม่ชอบนั้น ปรากฏตามที่นำสืบรับกันว่า เอกสาร ล.๑ เป็นสัญญาระหว่างโจทก์จำเลย มีข้อความเป็นอย่างเดียวกับสำเนาสัญญาการจำหน่ายแก๊สปิโตรเลี่ยมเหลวท้ายคำให้การจำเลย เอกสารท้ายคำให้การย่อมถือเป็นส่วนหนึ่งของคำให้การด้วย แม้โจทก์มิได้ระบุอ้างเอกสาร ล.๑ ก็เป็นอำนาจของศาลที่จะหยิบยกเอาข้อความในเอกสาร ล.๑ ซึ่งเป็นประเด็นและพยานหลักฐานในสำนวนขึ้นมาเป็นข้อวินิจฉัยได้ ไม่เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็น การวินิจฉัยให้จำเลยต้องรับผิดตามข้อสัญญาในเอกสารดังกล่าวไม่เป็นการไม่ชอบอย่างใด
จำเลยฎีกาว่า จำเลยไม่มีหน้าที่จัดเก็บท่อแก๊สเปล่าคืนให้โจทก์ ท่อแก๊สเปล่าขนาดเล็กมีราคาไม่เกินท่อละ ๑๕๐ บาท ท่อใหญ่ไม่เกินท่อละ ๓๕๐ บาท และขอให้ศาลฎีกากำหนดราคาท่อแก๊สเท่าที่กล่าว เห็นว่าตามสำเนาสัญญาท้ายคำให้การจำเลยซึ่งตรงกับเอกสาร ล.๑ ดังกล่าวข้างต้น สัญญาข้อ ๑๐, ๑๑ และข้อ ๓๑ ระบุข้อความเป็นใจความสำคัญว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้จำหน่ายแก๊สจะจัดการโดยตนเองนำท่อแก๊สออกไปตลอดจนส่งท่อแก๊สเปล่าคืนให้คลังสินค้าของโจทก์ จะต้องจัดเก็บท่อแก๊สเปล่าคืนจากลูกค้า เมื่อสัญญาระหว่างโจทก์จำเลยสิ้นสุดลง จำเลยมีหน้าที่ต้องส่งคืนวัสดุ สินค้าคงคลัง สมุดบัญชีและเอกสารต่าง ๆ ทั้งหมดที่เป็นของโจทก์ให้โจทก์ ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยอาศัยข้อสัญญาดังกล่าวว่า จำเลยมีหน้าที่จัดเก็บท่อแก๊สเปล่าจากลูกค้าส่งมอบให้โจทก์จึงชอบแล้ว การที่ลูกค้าทำสัญญายืมท่อแก๊สจากโจทก์โดยตรง ไม่ทำให้จำเลยพ้นภาระเก็บท่อแก๊สเปล่าตามสัญญา ล.๑ คืนให้โจทก์ ส่วนราคาท่อแก๊สเปล่าก็มีระบุไว้แน่นอนในสัญญายืมอุปกรณ์ตามเอกสาร ล.๒ ถึง ล.๔ ซึ่งจำเลยทราบราคาแล้วไม่โต้แย้ง ราคาท่อแก๊สขนาดใหญ่ที่กำหนดไว้มีราคาท่อละ ๖๕๐ บาท ท่อขนาดเล็กท่อละ ๒๐๐ บาท ไม่มีเหตุผลที่ศาลฎีกาจะกำหนดราคาใหม่ ข้อที่จำเลยอ้างว่า ท่อแก๊สที่จำเลยเบิกมาเป็นท่อแก๊สเก่า จึงมีราคาไม่ถึงเท่าที่โจทก์ฟ้อง และโจทก์มีส่วนทำให้เกิดความเสียหายเพราะโจทก์ประกาศทางหนังสือพิมพ์ให้ลูกค้ายืมท่อแก๊สจากจำเลยไปซื้อแก๊สจากลูกค้ารายอื่นของโจทก์ ทำให้จำเลยเก็บท่อแก๊สเปล่าคืนไม่ได้นั้น เป็นข้อเท็จจริงที่จำเลยอ้างขึ้นใหม่ในชั้นฎีกา ศาลฎีการับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ที่ว่าโจทก์เพิกเฉย ไม่ทวงคืนท่อแก๊สเปล่าจากลูกค้า เมื่อหน้าที่ทวงคืนเป็นหน้าที่ของจำเลย จะว่าโจทก์มีส่วนร่วมทำให้จำเลยเสียหายไม่ได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2802/2519
บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัดอ่อนนุชแก๊ส กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัดอ่อนนุชแก๊ส กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุมิตร ฟักทองพรรณ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ชุบ วีระเวคิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสำเนียง ด้วงมหาสอน · ศาลอุทธรณ์ - นายภักดิ์ บุณย์ภักดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา