⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2837/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2837/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำผิดกรรมเดียวกัน เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้ว สิทธิ์นำคดีมาฟ้องย่อมระงับไปตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฆ่า ส. โดยเจตนา คดีอยู่ในระหว่างนัดไต่สวนมูลฟ้อง วันรุ่งขึ้นพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยว่าทำปืนลั่นโดยประมาทเป็นเหตุให้ ส. ถึงแก่ความตาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยคดีถึงที่สุดแล้ว การกระทำผิดของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องกับที่พนักงานอัยการฟ้องนั้น แม้จะต่างข้อหากัน ก็เป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกัน ศาลฟังข้อเท็จจริงแล้วว่าเป็นการกระทำโดยประมาท จะรื้อฟื้นให้ศาลพิจารณาพิพากษาความผิดกรรมเดียวกันนั้นอีกเป็นการทำผิดครั้งเดียวลงโทษ 2 ครั้งหาได้ไม่ เมื่อศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้ว สิทธิ์นำคดีมาฟ้องย่อมระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 39(4) โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าโจทก์ฟ้องคดีก่อนหรือหลังพนักงานอัยการ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1037/2501)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้อาวุธปืนยิงเด็กชายสุชินบุตรโจทก์ถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ก่อนไต่สวนมูลฟ้อง จำเลยยื่นคำร้องว่า เรื่องนี้พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลย และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลย คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์แถลงว่า โจทก์ฟ้องจำเลยก่อน วันรุ่งขึ้นพนักงานอัยการจึงฟ้องจำเลยในข้อหาทำปืนลั่นโดยประมาท เป็นเหตุให้เด็กชายสุชินถึงแก่ความตาย คดีที่พนักงานอัยการฟ้องถึงที่สุดแล้ว เป็นการกระทำกรรมเดียวกับที่โจทก์ฟ้องคดีนี้ ศาลชั้นต้นงดไต่สวนมูลฟ้อง วินิจฉัยว่าสิทธิ์นำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป พิพากษายกฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า โจทก์ฟ้องคดีก่อนพนักงานอัยการ ฟ้องคนละประเด็นและต่างข้อหากัน สิทธิ์นำคดีอาญามาฟ้องจึงยังไม่ระงับ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับกันว่า โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ฐานใช้อาวุธปืนยิงเด็กชายสุชินถึงแก่ความตายโดยเจตนาฆ่า คดีอยู่ในระหว่างไต่สวนมูลฟ้อง รุ่งขึ้นพนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยว่าทำปืนลั่นโดยประมาท ถูกเด็กชายสุชินถึงแก่ความตาย จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลพิพากษาในวันเดียวกันนั้นให้ลงโทษจำคุกจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า การกระทำผิดของจำเลยตามที่โจทก์ฟ้องคดีนี้กับที่พนักงานอัยการฟ้องจำเลยนั้น แม้จะต่างข้อหากันก็เป็นการกระทำผิดกรรมเดียวกัน ศาลฟังข้อเท็จจริงไปแล้วว่าการกระทำของจำเลยเป็นการทำให้ปืนลั่นถูกผู้ตายโดยประมาทและพิพากษาลงโทษไป คดีถึงที่สุดแล้วจะรื้อฟื้นให้ศาลพิจารณาพิพากษาความผิดกรรมเดียวกันนั้นอีกเป็นการทำผิดครั้งเดียวลงโทษ ๒ หนหาได้ไม่ เพราะเมื่อศาลมีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องนั้นแล้ว สิทธิ์นำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๙(๔) โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าโจทก์ฟ้องคดีก่อนหรือหลังพนักงานอัยการ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๐๓๗/๒๕๐๑ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2837/2519 นายเชิญ ขำวงษ์ โจทก์ นายต่อ รอดสอาด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเชิญ ขำวงษ์ · ล. - นายต่อ รอดสอาด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประถม วิเชียรเนตร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ไพบูลย์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายสุทิน นนทแก้ว · ศาลอุทธรณ์ - นายปชงค์ นาคพันธวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1499/2531ฎีกา 1082/2511ฎีกา 801/2503ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา