คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2898/2519
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อคู่ความได้สืบพยานเสร็จสิ้นบริบูรณ์แล้ว คำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับหน้าที่นำสืบ แม้จะผิดพลาด ก็ไม่มีผลต่อการวินิจฉัยคดี จึงไม่จำเป็นที่ศาลฎีกาจะต้องแก้ไข
ย่อคำพิพากษา
คำสั่งศาลชั้นต้นเกี่ยวกับหน้าที่นำสืบจะเป็นการถูกต้องหรือไม่ก็ตาม เมื่อโจทก์จำเลยได้สืบพยานเสร็จสิ้นบริบูรณ์แล้ว และไม่มีผลทำให้การวินิจฉัยคำพยานเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะต้องแก้ไขเกี่ยวกับหน้าที่นำสืบ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดที่ ๘๔๘๕ ตำบลลาดบัวหลวง อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เนื้อที่ ๗๐ ไร่ ๓ งาน ๘๐ วา ร่วมกับจำเลย นางสำรวย นางเพียน และนายวัง โดยถือกรรมสิทธิ์ตามที่จดทะเบียนบรรยายส่วนคือของจำเลย ๔๖ ส่วน นางเพียน ๑๐ ส่วน นายวัง ๑๔ ส่วน ส่วนของจำเลยได้เติมชื่อนายห้อยและนางสำรวยถือกรรมสิทธิ์ร่วมกันคนละส่วนเท่า ๆ กัน เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๕ นายห้อยขายเฉพาะส่วนของตนให้กับโจทก์โดยจดทะเบียนโดยชอบด้วยกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๑๖ โจทก์ขอให้จำเลย นางสำรวย นางเพียนและนายวังทำการรังวัดแบ่งแยกออกเป็นส่วนสัดในการทำประโยชน์ จำเลยไม่ยอม ขอให้บังคับให้จำเลยไปทำการจดทะเบียนแบ่งแยกโฉนดเลขที่ ๘๔๘๕ เฉพาะส่วนของโจทก์เนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๑ งานเศษ
จำเลยให้การว่า ที่ดินโฉนดพิพาทจำเลยกับพวกมีชื่อในโฉนดด้วยการจดทะเบียนทางรับมรดกและให้เติมชื่อจำเลยกับพวกครอบครองเป็นส่วนสัดปรากฏตามแผนที่สังเขปท้ายคำให้การ โดยจำเลยกับพวกต่างแยกการครอบครองเป็นเจ้าของในส่วนของตนโดยความสงบเปิดเผยเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว โจทก์รู้ถึงการครอบครองของจำเลยกับพวกและรับจำนองที่ดินส่วนของนายห้อยเมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๑๐ ต่อมาโจทก์รับโอนที่ดินของนายห้อยเมื่อวันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๑๕ เป็นการชำระหนี้จำนอง โจทก์ให้เช่าที่ดินส่วนที่ซื้อจากนายห้อยตลอดมา โดยไม่เคยเกี่ยวข้องกับที่ดินส่วนอื่น โจทก์ขอแบ่งที่ดินโดยไม่ถือตามส่วนที่แยกกันครอบครองกันมา จำเลยกับพวกจึงไม่ยอม
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยจดทะเบียนแบ่งแยกตามเนื้อที่ดินที่จำเลยรับโอนมาจากนายห้อย
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยกับพวกแยกการครอบครองเป็นส่วนสัดนับแต่ได้รับแบ่งแยกนับถึงบัดนี้เป็นเวลาเกินกว่าสิบปีแล้ว ที่ดินนายห้อยมีเนื้อที่ ๑๕ ไร่ ๓๐ ตารางวาตามแผนที่วิวาทหมายเลข ๑ โจทก์ชอบที่จะได้รับแบ่งที่ดินส่วนนั้น และวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายที่โจทก์ฎีกาว่าที่ศาลชั้นต้นสั่งให้โจทก์เป็นฝ่ายนำสืบก่อนเป็นการไม่ถูกต้อง ควรสืบพยานโจทก์ใหม่นั้นว่าโจทก์จำเลยได้สืบพยานเสร็จสิ้นบริบูรณ์แล้ว คำสั่งเกี่ยวกับหน้าที่นำสืบจะเป็นการถูกต้องหรือไม่ก็ตาม ก็ไม่เป็นผลทำให้การวินิจฉัยคำพยานเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่มีเหตุที่จะต้องแก้ไขเกี่ยวกับหน้าที่นำสืบ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2898/2519
นายลอก มาแจ้ง โจทก์
นางถวิล โพธินิล ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายลอก มาแจ้ง · ล. - นางถวิล โพธินิล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กุศล บุญยืน · ชุ่ม สุนทรธัย · ไพโรจน์ ไวกาสี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสมชาย รังสิกรรพุม · ศาลอุทธรณ์ - นายวรา ไวยหงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา