⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 384/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2519

ย่อคำพิพากษา

เงินที่จำเลยได้มาจากการนำทองรูปพรรณของผู้เสียหายซึ่งปล้นมาได้ไปขาย มิใช่ทรัพย์สินของผู้เสียหายที่ถูกปล้นเอาไป ศาลจะสั่งคืนให้ผู้เสียหายไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.48 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ฐานปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ และใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด จำเลยที่ ๕ ฐานรับของโจร กับขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ด้วย และขอให้ศาลสั่งคืนของกลางของผู้เสียหายที่ได้คืนมา ราคา ๒๖,๖๒๕ บาท กับสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ของผู้เสียหายที่ยังไมได้คืนอีก ๑๖๘,๓๗๕ บาท ริบของกลาง จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๕ ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงดังฟ้อง จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ที่ ๔ มีความผิดฐานปล้นทรัพย์โดยมีปืนและวัตถุระเบิดและโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำเลยที่ ๕ มีความผิดฐานรับของโจร ริบอาวุธปืนของกลาง มีดปลายแหลมไม่ปรากฏว่าได้ใช้ในการกระทำผิดไม่ริบ คืนของกลางราคา ๒๖,๖๒๕ บาท และให้จำเลยร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนอีก ๑๖๘,๓๗๕ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเรื่องปรับบทลงโทษจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ ๔ คืนของกลางราคา ๑๙,๗๒๕ บาท ให้แก่ผู้เสียหาย คืนธนบัตรและเหรียญรวม ๖,๙๐๐ บาทให้แก่เจ้าของ ให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ ร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน ๑๗๕,๒๗๕ บาทแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๔ ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น และสั่งคืนธนบัตรกับเหรียญรวม ๖,๙๐๐ บาทให้แก่ผู้เสียหาย จำเลยที่ ๓ ฎีกา ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๓ ที่ ๔ ได้ร่วมกระทำผิดในคดีเรื่องนี้จริง วินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้คืนธนบัตร ๖,๓๐๐ บาท กับเหรียญ และเหรียญชนิดอื่น ๆ รวม ๖๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย เห็นว่าแม้จะฟังว่าธนบัตร ๖,๓๐๐ บาท เป็นเงินที่จำเลยที่ ๓ ได้มาจากการนำทองรูปพรรณของผู้เสียหายไปขายดังฎีกาของโจทก์ก็ตาม กรณีเป็นที่เห็นได้ว่า ธนบัตร ๖,๓๐๐ บาท มิใช่ทรัพย์สินของผู้เสียหายที่ถูกคนร้ายในคดีเรื่องนี้ปล้นเอาไป ส่วนเหรียญบาทและเหรียญชนิดอื่น ๆ รวม ๖๐๐ บาท ฟังไม่ได้ว่าเป็นเงินที่จำเลยที่ ๓ ได้มาจากการขายทองรูปพรรณที่ปล้นมาได้และไม่ใช่ทรัพย์ของผู้เสียหายที่ถูกปล้นไป ในชั้นนี้จึงคืนให้ผู้เสียหายไม่ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยที่ ๔ มีความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ โดยผู้กระทำผิดมีอาวุธปืนและวัตถุระเบิดติดตัวไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคสอง และโดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดตามมาตรา ๓๔๐ ตรี, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔, ๑๕ ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๔๐ ตรี จำคุกจำเลยที่ ๔ ยี่สิบปี นอกจากที่แก้นี้แล้วให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 384/2519 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายชโลธร หรือแดง ศิลาวรรณ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายชโลธร หรือแดง ศิลาวรรณ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · สมคิด มงคลชาติ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายชูเชิด รักตะบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ ปาลวัฒน์วิไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 888/2490ฎีกา 1597/2532ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1908/2528ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 3303/2531ฎีกา 1637/2528ฎีกา 6028/2552ฎีกา 7201/2568ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 5702/2533ฎีกา 730/2509ฎีกา 2274/2525ฎีกา 947/2526ฎีกา 22267/2555ฎีกา 920/2480ฎีกา 2281/2521ฎีกา 2289/2568ฎีกา 1546/2511ฎีกา 674/2554ฎีกา 747/2565
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา