⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 846/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ธนาคารรับเปิดบัญชีเงินฝากให้แก่บุคคลที่อ้างตนเป็นกรรมการบริษัท โดยได้ตรวจสอบเอกสารตามระเบียบของธนาคารแล้ว และเชื่อโดยสุจริตว่าบุคคลนั้นมีอำนาจกระทำการแทนบริษัท ถือว่าธนาคารได้ใช้ความระมัดระวังตามสมควรแล้ว แม้ต่อมาเอกสารจะปรากฏว่าเป็นเอกสารปลอม ก็ไม่ถือว่าธนาคารกระทำโดยประมาทเลินเล่ออันจะเป็นการละเมิดต่อบริษัท

ย่อคำพิพากษา

ข้อที่ว่าบริษัทโจทก์จดทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว บุคคลทั้งหลายย่อมรู้นั้น จะผูกพันบุคคลทั่วไปเฉพาะนิติกรรมสัญญาเท่านั้น ไม่มีผลถึงเรื่องละเมิด ผ. มิได้เป็นกรรมการบริษัทโจทก์ ได้ขอเปิดบัญชีเงินฝากในนามบริษัทโจทก์ไว้กับธนาคารจำเลย แล้วนำเช็คที่ลูกค้าออกชำระหนี้ให้แก่โจทก์เข้าบัญชีเงินฝากนั้น และออกเช็คเบิกเงินโจทก์ไปเป็นประโยชน์ส่วนตัวเสีย ดังนี้ เมื่อได้ความว่า การที่ ผ. ขอเปิดบัญชีเงินฝากในนามบริษัทโจทก์ ได้มีเอกสารมาครบถ้วนตามระเบียบที่ธนาคารจำเลยวางไว้ ทั้งเอกสารระบุว่า ผ. เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทโจทก์ได้ และพนักงานของธนาคารจำเลยตรวจพิจารณาเอกสารเหล่านั้นด้วยความระมัดระวังตามปกติธรรมดาที่เคยปฏิบัติมาของธนาคาร ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องการความรวดเร็วเพื่อให้ความสะดวกแก่ลูกค้าแล้ว เชื่อโดยสุจริตว่า ผ. เป็นกรรมการของบริษัทโจทก์จริง จึงรับเปิดบัญชีเงินฝากให้ ผ. และไม่ได้สอบถามบริษัทโจทก์หรือกองทะเบียนกระทรวงพาณิชย์อีก แต่ต่อมาปรากฏว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่ ผ. กับพวกร่วมกันปลอมขึ้น ก็ถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำโดยประมาทเลินเล่ออันจะเป็นการละเมิดต่อโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.69 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.659 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1021 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1022

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นายเผอิญ จิตรากร ได้ขอเปิดบัญชีเงินฝากในนามโจทก์ต่อธนาคารจำเลย โดยนายเผอิญกับพวกได้ร่วมกันปลอมแปลงเอกสารเพื่อแสดงว่านายเผอิญเป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนโจทกก์ จำเลยกระทำโดยประมาท มิได้ตรวจสอบหลักฐานให้ถูกต้องเสียก่อนตามปกติผู้ประกอบธุรกิจเช่นจำเลยจะพึงต้องกระทำ ทั้งไม่สอบถามมายังบริษัทโจทก์ ธนาคารจำเลยได้เปิดบัญชีเงินฝากในนามบริษัทโจทก์เป็นเจ้าของบัญชี ให้นายเผอิญเป็นผู้มีอำนาจลงชื่อในเช็คเบิกเงินในบัญชีได้ ด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของจำเลยดังกล่าว เป็นเหตุให้นายเผอิญซึ่งสมคบกับนายสุทิน จิตรากร พนักงานเก็บเงินของโจทก์ นำเอาเช็คที่ลูกค้าออกให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้รวม ๕ ฉบับ เป็นเงิน ๑๒๐,๕๓๖ บาท ๔๗ สตางค์ เข้าบัญชี แล้วนายเผอิญออกเช็คเบิกเงินจำนวนดังกล่าวไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย ๑๒๐,๕๓๖ บาท ๔๗ สตางค์ พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ทำละเมิดต่อโจทก์ โจทก์เองเป็นฝ่ายประมาทเลินเล่อไม่วางระบบวิธีการรับและเก็บรักษาเช็คให้รัดกุม เป็นเหตุให้นายเผอิญกับนายสุทินพนักงานเก็บเงินของโจทก์ยักยอกเอาเช็คที่ลูกค้าชำระหนี้มาเข้าบัญชีของธนาคารจำเลย แล้วเบิกถอนเอาไปได้ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นายเผอิญ จิตรากร มาขอเปิดบัญชีเงินฝากในนามบริษัทโจทก์ โดยนำหลักฐานเอกสารมาแสดงต่อธนาคารจำเลย สาขาคลองประปา ครบถ้วนตามระเบียบที่ธนาคารจำเลยวางไว้สำหรับนิติบุคคลมาขอเปิดบัญชีเงินฝาก ทั้งในเอกสารระบุไว้ว่านายเผอิญ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนบริษัทได้ ในเอกสารไม่มีร่องรอยแสดงให้เห็นพิรุธอันน่าสงสัย จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องสอบไปยังบริษัทโจทก์หรือกองทะเบียนกระทรวงพาณิชย์ การประกอบธุรกิจธนาคารหรือการค้า ต้องการความรวดเร็วเพื่อให้ความสะดวกแก่ลูกค้า ฉะนั้นพนักงานของธนาคารจำเลย สาขาคลองประปา รับเปิดบัญชีเงินฝากให้นายเผอิญ จึงเป็นการปฏิบัติหน้าที่ชอบด้วยเหตุผลแล้ว และที่นายเผอิญนำภาพถ่ายเอกสารมาแสดง และธนาคารจำเลยสาขาคลองประปายอมรับพิจารณาภาพถ่ายเอกสารที่รับรองว่าถูกต้อง ก็เป็นการกระทำตามปกติธรรมดาที่เคยปฏิบัติมาของธนาคาร หาใช่ประมาทเลินเล่อไม่ เมื่อพนักงานของธนาคารจำเลยตรวจดูเอกสาร ล. ๑ ซึ่งบ่งบอกลักษณะว่าเป็นหนังสือของทางราชการใช้โดยเฉพาะ ผู้ใดพบเห็นก็ย่อมจะเข้าใจว่าเป็นหนังสือรับรองของทางราชการโดยไม่เกิดความระแวงสงสัย แล้วเชื่อว่าเป็นของแท้ และยอมรับเปิดบัญชีเงินฝากให้นายเผอิญในนามบริษัทโจทก์ อันเป็นการกระทำโดยรอบคอบที่ใช้ความระมัดระวังพอสมควรแล้ว ต่อมานายเผอิญได้เอาเช็คเข้าบัญชี และมีการถอนเงินไปตามข้อตกลงและวิธีการทางปฏิบัติตามปกติของธนาคาร เป็นเหตุผลทำให้พนักงานของธนาคารจำเลยเชื่อโดยสุจริตว่านายเผอิญเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทโจทก์ที่แท้จริง ที่โจทก์ฎีกาว่า บริษัทโจทก์ได้จดทะเบียนโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว บุคคลทั้งหลายย่อมรู้ ข้ออ้างนี้จะผูกพันบุคคลทั่วไปเฉพาะนิติกรรมสัญญาเท่านั้น ไม่มีผลถึงเรื่องละเมิดเช่นกรณีนี้ ฝ่ายจำเลยเองก็นำสืบไว้ว่า ไม่เคยรู้ว่ามีบริษัทโจทก์อยู่ก่อนที่นายเผอิญมาแจ้ง สรุปแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าฝ่ายจำเลยกระทำโดยประมาทเป็นการละเมิดแก่โจทก์ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 846/2519 บริษัท สตรามิตบอร์ด จำกัด โดยนายสุเทพ บูลกุล และนายสุรวัฒน์ คงสิริ กรรมการ โจทก์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความคงสิริ - บริษัท สตรามิตบอร์ด จำกัด โดยนายสุเทพ บูลกุล และนายสุรวัฒน์ · โจทก์ - กรรมการ · ล. - ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ สุขศรีวงษ์ · บัญญัติ สุชีวะ · พิสัณห์ ลีตเวทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวัฒน์ ผดุงจิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายพยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 156/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา