⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1275/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลรับไว้และครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ถือเป็นการกระทำละเมิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของทรัพย์สินนั้น และต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายดังกล่าว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องให้จำเลยรับผิดฐานละเมิดโดยอ้างว่า รถจักรยานยนต์ของโจทก์ได้ถูกคนร้ายลักไป ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับรถจักรยานยนต์ดังกล่าวได้จากจำเลย โดยจำเลยรับรถจักรยานยนต์นั้นไว้ และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐารับของโจรแล้ว ดังนี้ ถ้าหากได้ความจริงว่าความเสียหายตามที่โจทก์ฟ้องเป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากการที่จำเลยรับไว้และครอบครองรถจักรยานยนต์ของโจทก์ กล่าวคือถ้าจำเลยไม่รับและครอบครองรถจักรยานยนต์ของโจทก์ไว้ ความเสียหายนั้นก็จะไม่เกิดขึ้นแล้วก็ได้ชื่อว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ ต้องชดใช้ค่าเสียหายนั้นแก่โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า รถจักรยานยนต์ของโจทก์ถูกคนร้ายลักไป ต่อมาโจทก์สืบทราบว่ารถคันนั้นถูกนำเข้ามาในจังหวัดสตูล จึงแจ้งให้ตำรวจจับจำเลยพร้อมกับรถของกลาง จำเลยถูกฟ้อง และศาลพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานรับของโจร การกระทำของจำเลยเป็นการละเมิดต่อโจทก์ทำให้โจทก์เสียหาย ขอเรียกค่าเสียหาย ๔๐,๐๐๐ บาท จำเลยให้การรับว่าถูกศาลพิพากษาลงโทษฐานรับของโจร แต่ไม่รับรองว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ของกลาง การกระทำไม่เป็นละเมิดและปฏิเสธค่าเสียหายต่าง ๆ ศาลชั้นต้นงดสืบพยานและพิพากษาว่า จำเลยไม่ได้เป็นคนลักรถจักรยานยนต์ของโจทก์ จำเลยเพียงแต่รับรถจักรยานยนต์ไว้ภายหลังที่คนร้ายลักรถนั้นมาแล้ว ความเสียหายที่โจทก์ได้รับมิได้เป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลย ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นทำการพิจารณาสืบพยานและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามฟ้องโจทก์และคำให้การจำเลย ข้อเท็จจริงรับกันว่ารถจักรยานยนต์ซึ่งโจทก์อ้างว่าเป็นของโจทก์ได้ถูกคนร้ายลักไปที่จังหวัดเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจจับรถจักรยานยนต์ดังกล่าวได้จากจำเลย โดยจำเลยรับรถจักรยานยนต์อันได้มาโดยการกระทำความผิดนั้นไว้ และศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยฐานรับของโจรไปแล้ว ตามสำนวนคดีแดงที่ ๑๙๕/๒๕๑๘ ของศาลจังหวัดสตูล ตามพฤติการณ์แห่งคดีแสดงว่า จำเลยได้ครอบครองรถจักรยานยนต์นั้นไว้ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ถ้าหากได้ความจริงว่าความเสียหายตามที่โจทก์ฟ้องเป็นผลสืบเนี่องโดยตรงจากการที่จำเลยรับไว้และครอบครองรถจักรยานยนต์ของโจทก์ กล่าวคือถ้าจำเลยไม่รับและครอบครองรถจักรยานยนต์ของโจทก์ไว้ ความเสียหายนั้นก็จะไม่เกิดขึ้นแล้วก็ได้ชื่อว่าจำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์ ต้องชดใช้ค่าเสียหายนั้นแก่โจทก์ แต่ข้อเท็จจริงที่ได้ความตามฟ้องและคำให้การยังไม่พอให้ชี้ขาดว่าความเสียหายตามฟ้องเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยหรือไม่ อนึ่ง ข้อที่โจทก์อ้างว่าโจทก์เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์รายนี้ และจำนวนค่าเสียหายจำเลยก็ยังโต้เถียงอยู่ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานและพิพากษาใหม่ตามรูปคดีจึงชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1275/2520 นายอับดุลฮามิค บินนายัน โจทก์ นายเซ่งย่อง แซ่เอี่ยว ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอับดุลฮามิค บินนายัน · ล. - นายเซ่งย่อง แซ่เอี่ยว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช จรมาศ · สมชัย ทรัพยวณิช · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายดุสิต เพชรปลูก · ศาลอุทธรณ์ - นายฉลอง จันทรัฐ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา