⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1418/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาตามยอมผูกพันคู่ความ และหากจำเลยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงครบถ้วนแล้ว โจทก์จะฟ้องขอให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อตกลงนั้นอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์เคยฟ้องจำเลยขอให้เปิดทางในที่ดินของจำเลยโดยอ้างว่าเป็นทางภารจำยอม แล้วโจทก์จำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยยอมเปิดทางในที่ดินดังกล่าวกว้าง 2 เมตร 50 เซนติเมตร ยาวตลอดที่ดิน ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษานั้นย่อมผูกพันคู่ความทั้งสองฝ่ายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 เมื่อจำเลยได้เปิดทางให้ผ่านที่ดินของจำเลยถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว แม้โจทก์จะไม่ได้รับความสะดวกเพราะปากทางแคบไปโจทก์ก็ไม่มีอำนาจมาฟ้องจำเลยขอให้เปิดทางให้กว้างขึ้นไปอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1387

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเคยฟ้องจำเลยทั้งสองกับนายสมพงศ์เป็นจำเลยขอให้เปิดทางในที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๐๘๔ ของจำเลยที่ ๒ เพราะเป็นทางภารจำยอม และโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมกันโดยจำเลยยอมเปิดทางให้กว้าง ๒ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ยาวตลอดที่ดิน จำเลยทั้งสองได้ปฏิบัติการตามสัญญาประนีประนอมแล้ว แต่ปากทางแคบรถยนต์หกล้อและรถยนต์ขนาดเล็กของโจทก์เลี้ยวเข้าทางพิพาทไม่ได้ จึงขอให้จำเลยเปิดปากทางให้กว้างขึ้น จำเลยให้การว่า โจทก์มีมีสิทธินำคดีนี้ซึ่งเป็นกรณีเดียวกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๔๘/๒๕๑๘ ของศาลชั้นต้นมาฟ้องจำเลยอีก เป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นให้งดสืบพยาน แล้ววินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ทงที่โจทก์ขอให้เปิดใหม่นี้อยู่ติดกับทางเดิม เมื่อโจทก์ได้รับประโยชน์จากการใช้ทางในคดีเดิมแล้ว จึงไม่มีอำนาจฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็นในคดีนี้อีก พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อวินิจฉัยในชั้นนี้มีว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องคดีนี้หรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เดิมโจทก์ทั้งสองในคดีนี้เคยฟ้องจำเลยทั้งสองในคดีนี้ขอให้เปิดทางในที่ดินโฉนดเลขที่ ๙๐๘๔ ของจำเลยที่ ๒ โดยอ้างว่าเป็นทางภารจำยอม และโจทก์จำเลยได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันโดยจำเลยทั้งสองยอมเปิดทางในที่ดินดังกล่าวกว้าง ๒ เมตร ๕๐ เซนติเมตร ยาวตลอดที่ดิน ซึ่งศาลได้พิพากษาตามยอมแล้ว คำพิพากษานั้นย่อมผูกพันคู่ความทั้งสองฝ่ายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ เมื่อจำเลยได้เปิดทางให้ผ่านที่ดินของจำเลยถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว แม้โจทก์จะไม่ได้รับความสะดวกเพราะปากทางแคบไปก็ตาม โจทก์ก็จะมาฟ้องจำเลยขอให้เปิดทางให้กว้างขึ้นไปจากเดิมโดยอาศัยเหตุเพียงแต่โจทก์ไม่ได้รับความสะดวกเท่านั้นหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1418/2520 นางควร เพิ่มพร กับพวก โจทก์ นายมา หอมดอกไม้ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางควร เพิ่มพร กับพวก · ล. - นายมา หอมดอกไม้ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุบ วีระเวคิน · กฤษณ์ โสภิตกุล · จันทร์ ระรวยทรง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอ่างทอง - นายประสิทธิ สุบรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเจียร เทพช่วย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3996/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 4415/2528ฎีกา 1000/2505ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา