⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 147/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ร้องสอดจะเข้ามาดำเนินคดีแทนที่จำเลยได้ก็ต่อเมื่อผู้ร้องสอดมีส่วนได้เสียในผลแห่งคดีร่วมกับจำเลย หรือมีส่วนได้เสียแทนที่จำเลยเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า ท.ทำสัญญาจะขายที่ดินให้โจทก์ แล้วกลับนำไปโอนขายให้จำเลยซึ่งเป็นทายาทมีสิทธิได้รับมรดกของ ท.แต่ผู้เดียว เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับตามสัญญาจะซื้อจะขาย ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่าง ท.กับจำเลย ให้จำเลยในฐานะผู้รับมรดกปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายที่ ท.ทำไว้กับโจทก์ จำเลยให้การว่าจำเลยซื้อที่พิพาทและจดทะเบียนรับโอนมาโดยสุจริต ขอให้ยกฟ้อง ผู้ร้องสอดยื่นคำร้องว่าที่พิพาทนี้ ท.ทำพินัยกรรมยกให้แก่ผู้ร้องสอด และสัญญาที่ ท.โอนขายให้จำเลยนั้น ทำโดยสมยอม ไม่มีเจตนาจะซื้อขายกันจริง เจตนาเพื่อหลีกเลี่ยงบังคับตามสัญญาที่ ท.ทำไว้กับโจทก์เท่านั้น จึงขอร้องสอดเข้ามาในคดีแทนจำเลยในฐานที่เป็นผู้รับมรดก ศาลชั้นต้นสอบถามแล้ว ผู้ร้องสอดแถลงว่า ผู้ร้องสอดได้ฟ้องจำเลยเป็นอีกคดีหนึ่ง ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างจำเลยกับ ท.ทำนองเดียวกับที่โจทก์ฟ้องจำเลย ดังนี้ เท่ากับผู้ร้องสอดอ้างว่าจำเลยไม่มีส่วนได้เสียในที่พิพาทแต่อย่างใดเลย ผู้ร้องสอดเท่านั้นที่มีส่วนได้เสียโดยพินัยกรรม ส่วนได้เสียของผู้ร้องสอดและของจำเลยจึงมิได้ร่วมกันหรือแทนที่กัน ซึ่งจะเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอด ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 57(2) ศาลจึงชอบที่จะสั่งไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้ามาดำเนินคดีแทนที่จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.57

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางทุย เป๋าอยู่ ทำสัญญาจะขายที่ดินมีโฉนดเฉพาะส่วนของนางทุยแก่โจทก์ในราคา ๒๐๐,๐๐๐ บาท นางทุยรับเงินไปแล้วบางส่วนเป็นเงิน ๑๕,๐๐๐ บาท เงินที่เหลือตกลงกันว่าจะชำระเมื่อนางทุยแบ่งแยกโฉนดเสร็จ แล้วใส่ชื่อโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ต่อมาปรากฏว่าเมื่อนางทุยแบ่งแยกโฉนดแล้ว กลับนำไปขายแก่จำเลยซึ่งเป็นทายาทมีสิทธิรับมรดกของนางทุยแต่ผู้เดียว และโอนใส่ชื่อจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ไปแล้ว ทั้งนี้โดยนางทุยและจำเลยรู้ถึงการที่โจทก์ได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินดังกล่าว แล้วสมคบกันแสดงเจตนาลวงเพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับตามสัญญาจะซื้อจะขาย ขอให้เพิกถอนสัญญาซื้อขายระหว่างนางทุยกับจำเลย ให้จำเลยในฐานะผู้รับมรดกปฏิบัติตามสัญญาจะซื้อจะขายที่นางทุยทำไว้กับโจทก์ ถ้าไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนา จำเลยให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม นายจำลอง เป๋าอยู่ ใช้อุบายเอาตัวนางทุยไปอยู่ด้วย และในระหว่างไปอยู่กับนายจำลอง นายจำลองหลอกลวงให้นางทุยพิมพ์นิ้วมือในเอกสารใบรับเงิน ในสัญญาที่โจทก์ฟ้องเป็นลายพิมพ์นิ้วมือปลอม จำเลยซื้อที่พิพาทนางทุยโดยสุจริต เสียค่าตอบแทน ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างสืบพยานโจทก์ นายจำลอง เป๋าอยู่ ยื่นคำร้องต่อศาลว่าที่ดินที่พิพาทกันระหว่างโจทก์จำเลยนั้น นางทุยทำพินัยกรรมยกให้แก่ผู้ร้อง อนึ่ง สัญญาที่นางทุยโอนขายที่พิพาทให้แก่จำเลยนั้น ทำโดยสมยอมกัน ไม่มีเจตนาจะซื้อขายกันจริง เจตนาเพื่อเลี่ยงการบังคับตามสัญญาที่นางทุยทำไว้กับโจทก์เท่านั้น ดังนั้นเพื่อให้ได้รับความรับรองคุ้มครองบังคับตามสิทธิของผู้ร้องที่มีอยู่ในฐานะผู้รับพินัยกรรมของนางทุยจึงขอร้องสอดเข้ามาในคดีแทนที่จำเลยเฉพาะในฐานะที่เป็นผู้รับมรดก ศาลชั้นต้นสอบถามผู้ร้องสอด ผู้ร้องสอดแถลงรับว่า ผู้ร้องสอดได้ฟ้องจำเลยนี้เป็นอีกคดีหนึ่ง ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนนิติกรรมซื้อขายระหว่างจำเลยกับนางทุย ทำนองเดียวกับโจทก์ฟ้องจำเลย โดยอ้างว่านางทุยเจตนาจะหลีกเลี่ยงการบังคับตามสัญญาจะซื้อที่นางทุยทำไว้กับโจทก์ นางทุยจึงสมคบกับจำเลยโดยนางทุยทำสัญญาขายที่พิพาทให้แก่จำเลย โดยไม่มีเจตนาจะซื้อขายกันจริง ทั้งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการบังคับตามสัญญาจะซื้อขายที่นางทุยทำไว้กับโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า การที่ผู้ร้องสอดฟ้องจำเลย เป็นการใช้สิทธิที่ขัดกับจำเลย ซึ่งจำเลยคัดค้าน จึงไม่อนุญาตให้ผู้ร้องสอดเข้าดำเนินคดีแทนที่จำเลย ให้ยกคำร้องของผู้ร้องสอด ผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องสอดฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องสอดอ้างมาในคำร้องก็ดีตามที่ศาลชั้นต้นสอบถามได้ความก็ดี เท่ากับอ้างว่าจำเลยไม่มีส่วนได้เสียในที่พิพาทแต่อย่างใดเลย ผู้ร้องสอดเท่านั้นที่มีส่วนได้เสียโดยพินัยกรรม เห็นได้ว่าส่วนได้เสียของผู้ร้องสอดและของจำเลยมิได้ร่วมกันหรือแทนที่กัน ซึ่งจะเข้ามาเป็นคู่ความได้ด้วยการร้องสอดตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๗ (๒) จึงชอบที่จะยกคำร้องเสีย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 147/2520 สิบเอกอิ่ม มุ่ยแฟง โจทก์ นายจำลอง เป๋าอยู่ ผู้ร้องสอด นางรำเพียง ไข่ม่วง ปานน้อย ทายาทของนางทุย เป๋าอยู่ เจ้ามรดก ผู้รับมรดกแทนที่ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - สิบเอกอิ่ม มุ่ยแฟง · ผู้ร้องสอด - นายจำลอง เป๋าอยู่ · ปานน้อย - นางรำเพียง ไข่ม่วง · ล. - ทายาทของนางทุย เป๋าอยู่ เจ้ามรดก ผู้รับมรดกแทนที่
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · ประถม วิเชียรเนตร · ไพบูลย์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสมคิด ณ นคร · ศาลอุทธรณ์ - นายสีห์ คลายนสูตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10749/2553ฎีกา 4206/2531ฎีกา 1483/2544ฎีกา 1109/2493ฎีกา 1739/2500ฎีกา 4526/2536ฎีกา 1940/2546ฎีกา 652/2510ฎีกา 2617/2524ฎีกา 4431/2553ฎีกา 3797-3798/2540ฎีกา 3844/2535ฎีกา 5625/2541ฎีกา 988/2485ฎีกา 609/2526ฎีกา 2395/2538ฎีกา 8818/2551ฎีกา 943/2513ฎีกา 1723/2534ฎีกา 6741/2550ฎีกา 2240/2538ฎีกา 224/2524ฎีกา 2658/2544ฎีกา 832/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา