คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1547/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การ เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้อาศัยและบริวารออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้เดือนละ 50 บาท จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ เท่ากับจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรค 2 การที่จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งยุติไปตามคำสั่งของศาลชั้นต้นแล้วว่า จำเลยจงใจขาดนัดและไม่มีเหตุอันสมควร แม้ศาลชั้นต้นจะรับอุทธรณ์ของจำเลยในปัญหาข้อนี้ และศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้ก็ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยอาศัยอยู่ในที่ดินและบ้านของโจทก์ โจทก์ให้จำเลยทำสัญญาเช่า จำเลยไม่ยอมทำ และไม่ยอมออกจากที่ดินและบ้าน ทำให้โจทก์เสียหาย ขอให้ขับไล่และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเท่ากับค่าเช่าที่ควรได้รับเดือนละ ๕๐ บาท จนกว่าจะออกจากที่ดินและบ้านของโจทก์
จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ
วันสืบพยานโจทก์จำเลยยื่นคำร้องขอยื่นคำให้การ อ้างว่ามิได้จงใจขาดนัดศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วเห็นว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การ และไม่มีเหตุอันสมควร จึงไม่อนุญาตและสืบพยานโจทก์ไป จำเลยยื่นคำแถลงคัดค้าน
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ขับไล่และให้ชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้อง
จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เฉพาะข้อที่ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยยื่นคำให้การ
จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นและพิจารณาแล้วศาลเห็นว่า จำเลยจงใจขาดนัดยื่นคำให้การและไม่มีเหตุอันสมควรที่จะให้ยื่นคำให้การพิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยผู้อาศัยและบริวารออกจากอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในขณะยื่นฟ้องอาจให้เช่าได้เดือนละ ๕๐ บาท จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การเท่ากับจำเลยมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ ซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ วรรค ๒ ที่จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้จงใจขาดนัดยื่นคำให้การเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ซึ่งยุติไปตามคำสั่งศาลชั้นต้นแล้วว่า จำเลยจงใจขาดนัดและไม่มีเหตุอันสมควร แม้ศาลชั้นต้นจะรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้ในปัญหาข้อนี้ และศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยให้ก็ถือว่าเป็นข้อที่มิได้ว่ากันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษาให้ยกฎีกาของจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1547/2520
นายไพรวัน ศรีบุญเรือง กับพวก โจทก์
นางพัน แซ่โอ้ว ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายไพรวัน ศรีบุญเรือง กับพวก · ล. - นางพัน แซ่โอ้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พยนต์ ยาวะประภาษ · ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายรุทธิ์ ถนอมกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายวัฒน์ ผดุงจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา