⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1776/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ไปดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามสัญญา ถือเป็นฝ่ายผิดสัญญา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความซื้อขายที่ดินมี น.ส.3 ต่างมีหน้าที่ต้องไปที่ว่าการอำเภอเพื่อร้องขอทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทตามสัญญา ซึ่งทางอำเภอจะต้องประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิตกรรมการขายดังกล่าวก่อนมีกำหนด 30 วัน หากไม่มีผู้คัดค้านจึงจะดำเนินการจดทะเบียนให้ต่อไปได้ การที่จำเลยไม่ยอมไปทำคำขอประกาศทำนิติกรรมซื้อขาย โดยเกี่ยงให้โจทก์ชำระค่าที่ดินให้ก่อน จำเลยย่อมเป็นฝ่ายผิดสัญญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.5 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จำเลยทำหนังสือยอมความกันว่า จำเลยยอมขายที่ดินมี น.ส.๓ ในอำเภอเมืองสุพรรณบุรีเนื้อที่ ๔๘ ไร่เศษ ราคา ๓๗,๐๐๐ บาทให้แก่โจทก์ภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๑๗ ในกำหนดดังกล่าวโจทก์ขอให้จำเลยดำเนินการโอนที่ดินให้แก่โจทก์หลายครั้ง จำเลยไม่ยอม ขอให้บังคับจำเลยโอนขายที่ดินดังกล่าว ถ้าไม่ยอมขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนา จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญา จำเลยบออกให้โจทก์นำเงินมาชำระและจะโอนที่ดินให้ แต่จำเลยไม่ยอมชำระ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ผิดสัญญาไม่มีเงินชำระให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยขายที่ดินพิพาทให้โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระราคาที่ดิน ๓๗,๐๐๐ บาทในวันจดทะเบียนนิติกรรมซื้อขาย ถ้าจำเลยไม่ยอมไปร้องขอทำนิติกรรมโอนที่ดินให้โจทก์ ให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่พิพาทเป็นที่ดินมีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.๓) ซึ่งการจดทะเบียนสิทธิและนิตกรรมเกี่ยวกับที่ดินดังกล่าวจะต้องจดทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอและจะต้องประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมก่อนมีกำหนด ๓๐ วัน หากไม่มีผู้ใดคัดค้านจึงดำเนินการจดทะเบียนต่อไปได้ ดังที่กฎกระทรวงมหาดไทย ฉบับที่ ๗ พ.ศ.๒๔๙๗ ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ กำหนดไว้ ซึ่งโจทก์จำเลยต่างต้องมีหน้าที่ไปร้องขอทำนิติกรรมซื้อขายที่ดินพิพาทตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งทางอำเภอจะต้องประกาศการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการขายดังกล่าวก่อนมีกำหนด ๓๐ วัน หากไม่มีผู้ใดคัดค้านจึงจะดำเนินการจดทะเบียนให้โจทก์ต่อไปได้ การที่จำเลยเกี่ยงให้โจทก์ชำระเงินค่าที่ดินให้แก่จำเลยก่อนในวันไปขอทำประกาศนิติกรรมซื้อขายจึงเป็นการไม่ชอบ เพราะยังไม่ทราบว่าจะมีผู้ใดคัดค้านการซื้อขายที่ดินพิพาทหรือไม่ โจทก์จะเป็นฝ่ายผิดสัญญาก็ต่อเมื่อครบประกาศของอำเภอแล้วโจทก์ไม่มีเงินค่าที่ดินมาชำระให้แก่จำเลย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1776/2520 นางบุญ จันทร์ชัย โจทก์ นายวุ้น ทับแสง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุญ จันทร์ชัย · ล. - นายวุ้น ทับแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปรีชา สุมาวงศ์ · สงวน สิทธิไชย · อุดม จาละ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสุคนธ์ อ่อนจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 6789/2541ฎีกา 2467/2526ฎีกา 2335/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1649/2498ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 1627/2505ฎีกา 3886/2566ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534ฎีกา 8207/2538ฎีกา 4564/2543ฎีกา 8543/2544ฎีกา 953/2505ฎีกา 1225-1235/2530ฎีกา 279/2513ฎีกา 8319/2543ฎีกา 174/2538ฎีกา 5712/2545
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา