⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1946/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1946/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรถไฟฯ มีอำนาจพิจารณาว่าทางรถไฟตัดผ่านถนนสายใดเป็นทางสายสำคัญหรือไม่ และมีหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรา 72 หรือ 73 แห่งพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ. 2464 ตามความเหมาะสม โดยไม่จำเป็นต้องติดตั้งเครื่องกั้นหรือสัญญาณทุกแห่ง

ย่อคำพิพากษา

มาตรา 72 และ 73 แห่งพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวงพระพุทธศักราช 2464 ให้อำนาจการรถไฟฯ เป็นผู้พิจารณาว่าทางรถไฟผ่านเข้ามถนนสายใดสำคัญหรือไม่ ถ้าเป็นทางสายสำคัญก็ให้ปฏิบัติตามมาตรา 72 ถ้าเป็นทางสายไม่สู้สำคัญก็ให้ปฏิบัติตามมาตรา 73 หาได้บังคับให้การรถไฟฯ จำต้องทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนนบรรดาที่ตัดผ่านทางรถไฟทุกสายไม่ ก่อนถึงทางรถไฟตรงที่เกิเหตุมีป้ายบอกว่าระวังรถไฟ มีป้ายใช้ความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตอนจะถึงทางรถไฟมีเลข 20 แล้วมีเสาแผงสัญญาณไฟ ขณะนั้นสัญญาณไฟวาบและระฆังทำงานได้ตามปกติ แสดงว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามมาตรา 73 แล้ว ไม่เป็นการประมาทเพราะฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.422 พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ.2464 ม.72 พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ.2464 ม.73

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนิติบุคคล จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างของจำเลยที่ ๒ มีหน้าที่ขับรถยนต์ จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์โดยสารคันหนึ่งด้วยความประมาทโดยขับด้วยความเร็วสูง เมื่อถึงทางรถไฟทอดผ่านถนน จำเลยที่ ๑ ไม่ปฏิบัตตามเครื่องหมายจราจรไม่หยุดรถตามป้าย สัญญาณไฟวาบและเสียงระฆังแซงรถคันอื่นเข้าไปในทางรถไฟจนชนกับรถไฟขบวนหนึ่งของโจทก์ รางรถไฟ รถจักร และรถพ่วงเสียหาย ๑๖,๐๐๐ บาทเศษ เป็นการกระทำละเมิดในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ซึ่งจำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดชดใช้พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่ได้ประมาท พนักงานขับรถไฟของโจทก์ประมาท ขับรถผ่านถนนตัดกับทางรถไฟด้วยความเร็วสูงโดยไม่เปิดหวูดสัญญาณ สัญญาณไฟวาบและระฆังไม่ทำงาน โจทก์ละเลยไม่ทำประตูขึงโซ่หรือทำแผงปิดกั้นขวางถนนตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวง พ.ศ.๒๔๖๔ มาตรา ๗๒, ๗๓ เป็นเหตุให้ชนรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ เสียหาย ๘๐,๐๐๐ บาท ขาดรายได้ ๑๐๘,๐๐๐ บาท จึงฟ้องแย้งให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายดังกล่าว โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่าจำเลยเป็นฝ่ายประมาท ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหายพร้อมด้วยดอกเบี้ยและให้ยกฟ้องแย้ง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจิฉัยว่า จำเลยที่ ๑ ถูกฟ้องเป็นคดีอาญาในความผิดฐานขับรถยนต์โดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นตายและบาดเจ็บ ศาลพิพากษาลงโทษจำเลยที่ ๑ คดีถึงที่สุดไปแล้ว คดีสำหรับจำเลยที่ ๑ จึงต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฎในคำพิพากษาคดีส่วนอาญาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๖ จำเลยที่ ๑ จะนำสืบโต้เถียงเป็นอย่างอื่นไม่ได้ แล้ววินิจฉัยให้เฉพาะฎีกาของจำเลยที่ ๒ โดยฟังข้อเท็จจริงว่าขณะเกิดเหตุไฟวาบและระฆังสัญญาณใช้ได้อยู่ตามปกติ แล้ววินิจฉัยต่อไปว่า จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าโจทก์ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดวางการรถไฟและทางหลวงโดยไม่ได้จัดแผง โซ่ หรือไม้กั้นถนนตรงที่เกิดเหตุซึ่งตัดกับทางรถไฟ เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ประเด็นข้อนี้พระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวงพระพุทธศักราช ๒๔๖๔ มาตรา ๗๒ บัญญัติว่า "เมื่อทางรถไฟผ่านข้ามถนนสำคัญเสมอระดับให้วางรางคู่กำกับเพื่อให้มีช่างทางพอครีบล้อรถผ่านไปมาได้ กับให้ทำประตูฤาขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนนฤาทางนั้น ๆ ตามสมควรแก่การ" และมาตรา ๗๓ บัญญัติว่า "เมื่อถนนที่ต้องผ่านข้ามไปนั้นไม่สู้สำคัญพอถึงกับต้องทำประตูกั้นแล้วให้พนักงานขับรถจักรเปิดหวีดก่อนที่รถจะผ่านข้ามถนนนั้น กับให้ทำเครื่องหมายสัญญาณอย่างถาวรปักไว้ให้เป็นแจ้งบนทางแลถนนนั้นเพื่อให้พนักงานขับรถจักรและประชาชนรู้ตัวก่อนภายในเวลาอันสมควรว่าเข้าใกล้ทางรถไฟที่ผ่านข้ามถนน" ตามตัวบทกฎหมายดังกล่าวแสดงว่ากฎหมายให้อำนาจการรถไฟฯ เป็นผู้พิจารณาว่าทางรถไฟผ่านข้ามถนนสายใดสำคัญหรือไม่ ถ้าเป็นทางสำคัญก็ให้ปฏิบัติตามมาตรา ๗๒ ถ้าเป็นทางไม่สู้สำคัญก็ให้ปฏิบัติตามมาตรา ๗๓ กฎหมายหาได้บังคับให้การรถไฟฯ จำต้องทำประตูหรือขึงโซ่หรือทำราวกั้นขวางถนนบรรดาที่ตัดผ่านทางรถไฟทุกสายไม่ แล้วฟังว่า ก่อนถึงทางรถไฟตรงที่เกิดเหตุมีป้ายบอกว่าระวังรถไฟ และมีป้ายใช้ความเร็ว ๔๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง ต่อมาจะถึงทางรถไฟมีเลข ๒๐ แล้วมีเสาแผงสัญญาณไฟ สัญญาณไฟวาบ และระฆังทำงานได้ตามปกติ แสดงว่าโจทก์ได้ปฏิบัติตามมาตรา ๗๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดวางการรถไฟและทางหลวงพระพุทธศักราช ๒๔๖๔ แล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1946/2520 การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยนายอะนะ รมยานนท์ ผู้ว่าการ โจทก์ นายดอเล๊าะ ยูโซ๊ะ กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - การรถไฟแห่งประเทศไทย โดยนายอะนะ รมยานนท์ ผู้ว่าการ · ล. - นายดอเล๊าะ ยูโซ๊ะ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช จรมาศ · สมชัย ทรัพย์วณิช · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายอุทัย ศิริสมรรถการ · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา