คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2249/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท เมื่อมีเจตนาเดียวกันกระทำต่อเนื่องกันโดยแยกออกจากกันมิได้
ย่อคำพิพากษา
จำเลยมีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา จำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราทั้งในคืนแรกและคืนที่สอง เป็นการกระทำต่อเนื่องกันจากเจตนาเดิมนั้นเองแยกออกจากกันมิได้ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้กระทำผิดต่อกฎหมายหลายบทหลายกรรม คือ
ก. ใช้อาวุธขู่เข็ญฉุดพาและพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร
ข. กระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา ๑ ครั้ง
ค. ต่อมาอีกวันหนึ่งได้กระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีก ๑ ครั้ง
ง. หน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหาย
ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๗๘, ๒๘๔, ๓๑๐, ๓๑๘ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๗, ๙,๑๐, ๑๒
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๔, ๓๑๘ วรรคสาม ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๐, ๑๒ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ ให้ลงโทษตามมาตรา ๓๑๘ วรรคสาม ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก ๑ ปี และมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรคแรก, ๒๗๘ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๗, ๙ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๗๖ วรรคแรก ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก ๑ ปี
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา ทุกกรรมเป็นกระทงความผิด
จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพรากผู้เยาว์ พาหญิงไปเพื่อการอนาจาร กระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริง
ข้อที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราในคืนแรกสำเร็จขาดตอนไปแล้ว จำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายในคืนที่สองอีกเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากกรรมแรก ต้องลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปนั้น เห็นว่า จำเลยมีเจตนาพาผู้เสียหายไปเพื่อกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเรา จำเลยกระทำอนาจารและข่มขืนกระทำชำเราพร้อมกันทั้งในคืนแรกและคืนที่สอง เป็นการกระทำต่อเนื่องกันจากเจตนาเดิมนั่นเองแยกออกจากกันมิได้ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ซึ่งต้องลงโทษตามกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2249/2520
พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์
นายเต่ย แดงด้วง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · ล. - นายเต่ย แดงด้วง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สุจริต เสถียรกาล · ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายไพโรจน์ รัตนอุดม · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา