⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 418/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรมเป็นความผิดอาญาแผ่นดินที่ไม่อาจยอมความได้ แม้โจทก์ถึงแก่ความตายก็ไม่เป็นเหตุให้ระงับการดำเนินคดี

ย่อคำพิพากษา

ความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรมตามประมวลกฎหมายอาญาภาค 2 ลักษณะ 3 เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน มิใช่ความผิดอันยอมความได้ แม้โจทก์มรณะก็ไม่เป็นเหตุขัดข้องแก่การดำเนินคดีต่อไป ถือได้ว่าโจทก์ได้ฟ้องร้องแทนแผ่นดิน ศาลจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 180 (ซึ่งมาตรานี้ศาลชั้นต้นเคยยกฟ้องไปแล้วชั้นไต่สวนมูลฟ้อง) 181 ให้ลงโทษตามมาตรา 181 (2) อันเป็นบทหนัก จำคุก 8 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 6 ปี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 177, 181 (2) จำคุก4ปีลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 3 ปี ดังนี้ เป็นการแก้น้อย ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.29 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.177 ประมวลกฎหมายอาญา ม.181

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเบิกความอันเป็นเท็จและเป็นข้อสำคัญในคดีต่อศาลจังหวัดชลบุรี ในการพิจารณาคดีอาญาหมายเลขดำที่ ๑๘๑๐/๒๕๑๕ ของศาลจังหวัดชลบุรีข้อหาว่ากระทำความผิดฐานฆ่าและพยายามฆ่า ว่าโจทก์บอกจำเลยกับนายบุญตรงให้ไปยิงนายสำราญ ความจริงโจทก์ไม่เคยบอกเช่นนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๑๘๐, ๑๘๑ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ประทับฟ้องเฉพาะข้อหาว่าเบิกความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๑๘๑ ส่วนข้อหาแสดงพยานหลักฐานอันเป็นเท็จตามมาตรา ๑๘๐ ไม่มีมูลให้ยกฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ต่อมาเมื่อสืบพยานโจทก์ไปหมดแล้ว จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๑๘๐, ๑๘๑ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๘๑ (๒) บทหนักตามมาตรา ๙๐ จำคุก ๘ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่ คงจำคุก ๖ ปี โจทก์จำเลยอุทธรณ์ แต่โจทก์มรณะเสียก่อน ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีโดยไม่มีผู้ใดเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๗, ๑๘๑ (๒) จำคุก ๔ ปี ลดโทษให้ตามมาตรา ๗๘ หนึ่งในสี่คงจำคุก ๓ ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยในข้อที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ตายแล้ว ไม่มีผู้ใดดำเนินคดีแทน ศาลจะดำเนินคดีต่อไปไม่ได้ ชอบที่จะมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นว่าความผิดที่โจทก์ฟ้องจำเลย เป็นความผิดเกี่ยวกับการยุติธรรม ตามประมวลกฎหมายอาญา ภาค ๒ ลักษณะ ๓ อันเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน มิใช่ความผิดอันยอมความได้แม้โจทก์มรณะก็ไม่เป็นเหตุขัดข้องแก่การดำเนินคดีต่อไป ถือได้ว่าโจทก์ได้ฟ้องร้องแทนแผ่นดิน ศาลจึงมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไปได้ ส่วนในข้อที่จำเลยฎีกาโต้เถียงเรื่องจำเลยมิได้สารภาพโดยสมัครใจก็ดี หรือขอให้รอการลงโทษแก่จำเลยก็ดี เป็นฎีกาในข้อเท็จจริงและกรณีดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการแก้น้อย ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๘ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 418/2520 นายนคร จึงประเสริฐ โจทก์ นายชูชัย จรลี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายนคร จึงประเสริฐ · ล. - นายชูชัย จรลี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช จรมาศ · สมชัย ทรัพยวณิช · ประเสริฐ วราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายปรีชา บูรณะไทย · ศาลอุทธรณ์ - นายธาดา วัชรานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 1047/2498ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 3014/2531ฎีกา 730/2516ฎีกา 10648/2554ฎีกา 22/2466ฎีกา 3584/2524ฎีกา 4276/2534ฎีกา 3300/2552ฎีกา 164/2553ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1209/2523ฎีกา 395/2484ฎีกา 2963/2535ฎีกา 1254/2494ฎีกา 1499/2531ฎีกา 1304/2506ฎีกา 191/2520ฎีกา 9076/2558ฎีกา 540/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา