คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 50/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อเลิกสัญญาจ้างทำ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิเรียกเงินที่ผู้รับจ้างรับล่วงหน้าไปคืนได้ โดยไม่ถือเป็นการเรียกร้องตามมาตรา 165(1) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งมีอายุความ 10 ปี ตามมาตรา 164
การอุทธรณ์คำสั่งของศาลที่ไม่อนุญาตให้เรียกบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วม จะกระทำได้ต่อเมื่อศาลได้มีคำพิพากษาแล้วเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
เมื่อเลิกสัญญาจ้างทำของผู้ว่าจ้างเรียกเงินที่ผู้รับจ้างรับล่วงหน้าไปคืน ไม่ใช่กรณีผู้รับจ้างเรียกร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 165(1) มีอายุความ 10 ปี ตาม มาตรา 164
จำเลยขอให้เรียกคนภายนอกเข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์คำสั่งแต่ศาลไม่รับอุทธรณ์จำเลยอุทธรณ์คำสั่งนี้เมื่อศาลพิพากษาแล้ว ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ศาลไม่รับนั้นเป็นการโต้แย้งคำสั่งตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา226 จึงอุทธรณ์ไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสงวน อัศวธีระธรรม หรือบักติ๊ แซ่เบ๊ · จำเลย - นายชาญ ตัณฑ์สมบูรณ์ หรือฮ่วงซำ แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ชุบ วีระเวคิน · กฤษณ์ โสภิตกุล · สุมิตร ฟักทองพรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา