⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 511/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 511/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลปลูกสร้างโรงเรือนในที่ดินของผู้อื่นโดยรู้ว่าเป็นที่ดินของผู้อื่น และเจ้าของที่ดินอนุญาตให้ครอบครองนั้น ไม่ถือว่าเป็นการสร้างโดยสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1310

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยปลูกสร้างเรือนลงในที่พิพาทโดยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเป็นที่ดินของผู้อื่นและเจ้าของที่ดินผู้นั้นได้อนุญาต ให้จำเลยอาศัย เช่นนี้กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1310 ต่อมาเมื่อเจ้าของที่ดินเดิมโอนขายที่ดินให้โจทก์ โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป จำเลยย่อมไม่มีสิทธิจะอยู่ในที่พิพาท โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ (อ้างฎีกาที่ 921/2496)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1310 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1336

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและรื้อเรือนออกไปจากที่ดินซึ่งโจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยได้ปลูกเรือนในที่พิพาทโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ดินคนเดิม ต่อมาที่ดินตกเป็นของโจทก์ การที่เจ้าของยินยอมให้จำเลยปลูกเรือนในที่ดินแล้ว ย่อมไม่เป็นการปลูกโดยละเมิดต่อโจทก์ และเรือนพิพาทตกเป็นของโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่ดิน แต่โจทก์ต้องใช้ราคาที่ดินที่เพิ่มขึ้นให้แก่จำเลย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นงดสืบพยานโจทก์จำเลยแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์รับโอนที่ดินมาจากเจ้าของที่ดินเดิม ได้บอกกล่าวให้จำเลยออกจากที่ดินของโจทก์แล้ว จำเลยไม่ออก การอยู่ต่อไปจึงเป็นการละเมิด โจทก์มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้ พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยรื้อเรือนของจำเลยออกไปจากที่โจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะจำเลยปลูกสร้างเรือนลงในที่ดินโดยเจ้าของที่ดินเดิมอนุญาตและสุจริต ต่อมาเจ้าของที่ดินโอนขายที่ดินให้โจทก์เช่นนี้ โจทก์เป็นเจ้าของโรงเรือนโดยใช้ค่าแห่งที่ดินเพิ่มขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๐ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จำเลยปลูกสร้างเรือนลงในที่พิพาทโดยรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเป็นที่ดินของผู้อื่น และเจ้าของที่ดินผู้นั้นได้อนุญาตให้จำเลยอาศัย เช่นนี้กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๑๐ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๙๒๑/๒๔๙๖ ต่อมาเมื่อเจ้าของที่ดินเดิมโอนขายที่ดินให้โจทก์ โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ประสงค์จะให้จำเลยอยู่อาศัยต่อไป จำเลยย่อมไม่มีสิทธิจะอยู่ในที่พิพาท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 511/2520 นายชัยชาญ เทียบวาด โจทก์ นายประยูร บุญรอด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชัยชาญ เทียบวาด · ล. - นายประยูร บุญรอด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถม ดุลยสุข · ถนอม ครูไพศาล · สุจริต เสถียรกาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายสุวรรณ ปัญญาภาส · ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ ภัทร มหาวินิจฉัยมนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 967/2491ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 8364/2544ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 4832/2536ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา