⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 714/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 714/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีใส่กุญแจที่ปั๊มน้ำมันเพื่อป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงในถังใต้ดินมิให้สูญหาย ถือเป็นการใช้ความระมัดระวังตามหน้าที่สมควรแก่กรณีโดยสุจริต หาได้มีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นเจ้าของสถานีบริการขายน้ำมันเชื้อเพลิง ให้บริษัทไทยมอเตอร์รีส จำกัด เช่าดำเนินกิจการ จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องบริษัทไทยมอเตอร์รีส จำกัด กับพวกเป็นจำเลย เรียกเงินตามเช็ค ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์ของบริษัทไทยมอเตอร์รีส จำกัด ไว้ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา จำเลยนำยึดทรัพย์ของบริษัทไทยมอเตอร์รีส จำกัด ที่สถานีบริการดังกล่าว รวมทั้งน้ำมันเชื้อเพลิงบรรจุอยู่ในถังใต้ดิน 6 ถัง เจ้าพนักงานบังคับคดียึดแล้วมอบให้จำเลยเป็นผู้ดูแลรักษา การยึดทรัพย์จะต้องมีการผูกเชือกตีตราครั่งไว้ที่ทรัพย์เพื่อกันการสูญหาย แต่สำหรับทรัพย์รายนี้ไม่อาจใช้ครั่งได้ เพราะต้องใช้ไฟซึ่งอาจเกิดอันตรายได้เนื่องจากทรัพย์เป็น้ำมันเชื้อเพลิง การเอาน้ำมันออกจากถังจะต้องสูบออกทางปั๊ม เมื่อผูกเชือกตีตราครั่งไว้ที่ทรัพย์ที่ยึดไม่ได้ การที่จำเลยใส่กุญแจปั๊มน้ำมัน จึงเป็นการป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงในถังใต้ดินมิให้สูญหาย เป็นการใช้ความระมัดระวังตามหน้าที่สมควรแก่กรณีโดยสุจริต หาได้มีเจตนากลั่นแกล้งให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่ เมื่อศาลสั่งให้จำเลยขนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยึดไว้ไปจากถังเก็บน้ำมัน จำเลยก็ขนย้ายไปตามคำสั่งศาล การกระทำของจำเลยถือไม่ได้ว่าจำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยมิชอบด้วยกฎหมายให้โจทก์เสียหาย จำเลยไม่ต้องรับผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.255 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขฟ้องว่า โจทก์เปิดสถานีบริการขายน้ำมันเชื้อเพลิงแก่ประชาชน จำเลยเป็นโจทก์ฟ้องบริษัทไทยมอเตอร์รีส จำกัด กับพวก เรียกเงินตามเช็ค โจทก์ขอและศาลมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์ชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา จำเลยนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินสถานีบริการขายน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวของโจทก์โดยเฉพาะยึดน้ำมันเชื้อเพลิงที่เก็บไว้ในถังใต้ดิน ๖ ปั๊ม จำเลยผู้ดูแลรักษาทรัพย์ที่ถูกยึกใส่กุญแจปั๊มน้ำมันไว้ทุกปั๊ม และขนทรัพย์สินอื่นของโจทก์ไปอีกด้วย เจ้าพนักงานบังคับคดีให้จำเลยขนน้ำมันในถังไปเก็บรักษาไว้ที่อื่น จำเลยก็ไม่ปฏิบัติตาม การที่จำเลยจงใจใส่กุญแจปั๊มน้ำมันของโจทก์เป็นเหตุให้สถานีบริการขายน้ำมันต้องหยุดกิจการทั้งหมด โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับให้จำเลยไขกุญแจปั๊มน้ำมันและชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำเลยให้การว่า จำเลยนำยึดทรัพย์เพราะบริษัทไทยมอเตอร์รีส จำกัด เป็นผู้ครอบครองสถานีบริการขายน้ำมันและขายน้ำมันอยู่โดยเช่าจากโจทก์ จำเลยเอากุญแจใส่ปั๊มน้ำมันเพราะเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่อาจเอาเชือกมาผูกและประทับตราครั่งที่ปั๊มได้ น้ำมันเชื้อเพลิงเป็นของไวไฟการนำไปเก็บรักษาในที่ไม่เหมาะสมย่อมไม่ปลอดภัย ต่อมาจำเลยได้ขนย้ายน้ำมันออกไปหมดแล้ว จำเลยกระทำไปโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมาย มิได้ประมาทหรือจงใจให้โจทก์เสียหาย โจทก์ไม่เสียหายขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำไปโดยสุจริต มิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยผิดกฎหมายให้โจทก์เสียหาย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำเบิกความของนายบัว คงสมบูรณ์ พยานโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานผู้ทำการยึดว่า การยึดทรัพย์จะต้องมีการผูกเชือกตีตราครั่งไว้ที่ทรัพย์เพื่อกันการสูญหาย สำหรับทรัพย์ที่ยึดรายนี้ไม่อาจใช้ครั้งได้ เพราะต้องใช้ไฟซึ่งจะเกิดอันตรายเนื่องจากทรัพย์ที่ยึดเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ดังนั้น จึงเห็นได้ว่าเมื่อพนักงานบังคับคดียึดน้ำมันเชื้อเพลิงที่อยู่ในถังใต้ดินทั้ง ๖ ถัง แล้วมอบไว้ในความดูแลรักษาของจำเลย จำเลยย่อมมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องใช้ความระมัดระวังมิให้เกิดความเสียหายแก่น้ำมันเชื้อเพลิงที่ยึดไว้ ข้อเท็จจริงได้ความว่า การเอาน้ำมันเชื้อเพลิงออกจากถังใต้ดิน จะต้องสูบออกทางปั๊มน้ำมัน เมื่อผูกเชือกตีตราครั่งไว้ที่ทรัพย์ที่ยึดไม่ได้ การที่จำเลยใส่กุญแจปั๊มน้ำมัน จึงเป็นการป้องกันน้ำมันเชื้อเพลิงในถังมิให้สูญหายไป จึงเป็นการใช้ความระมัดระวังตามหน้าที่สมควรแก่กรณี หาได้มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ได้รับความเสียหายไม่ ข้อเท็จจริงได้ความอีกว่า เมื่อศาลสั่งให้จำเลยขนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ยึดไว้ไปจากถังเก็บน้ำมัน จำเลยก็ได้ขนย้ายไปตามคำสั่งศาล เช่นนี้การกระทำของจำเลยยังไม่ชอบที่จะถือได้ว่าจำเลยจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อโจทก์โดยมิชอบด้วยกฎหมายให้โจทก์เสียหาย จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 714/2520 บริษัทเกียรตินันทวัฒน์ จำกัด โจทก์ นางนิตย์ดา เจนวาณิชย์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเกียรตินันทวัฒน์ จำกัด · ล. - นางนิตย์ดา เจนวาณิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยงยุทธ เลอลภ · ผสม จิตรชุ่ม · มงคล วัลยะเพ็ชร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสหัส สิงหวิริยะ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 9028/2542ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 920/2524ฎีกา 311/2538ฎีกา 1109/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา