⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 900/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* จำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วในประเด็นที่ไม่ได้ยกขึ้นว่ากล่าวในคำให้การหรือคำฟ้องอุทธรณ์ไม่ได้ * ฎีกาที่อ้างว่าฟ้องเคลือบคลุมแต่ไม่ได้ยกเหตุแห่งความเคลือบคลุมขึ้นอ้างอิงให้ชัดแจ้ง ไม่เป็นฎีกาที่ชัดแจ้งตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

คดีที่โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากอสังหาริมทรัพย์ซึ่งอาจให้เช่าได้เดือนละ 200 บาท จำเลยให้การว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะ มิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธินั้น เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยฟังข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ เช่นนี้จำเลยจะฎีกาในข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินอีกไม่ได้ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 จำเลยฎีกาลอยๆ ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม มิได้ยกเหตุขึ้นอ้างอิงว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ถูกต้องด้วยเหตุใด ไม่เป็นฎีกาที่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.6 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม.6 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ 6) พ.ศ.2518 ม.7

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๓๘๘ ตำบลตลาดใหญ่ ๆ เป็นของโจทก์ได้ให้จำเลยที่ ๒ เช่าปลูกเรือน จำเลยที่ ๑ ได้มาอาศัยอยู่กับจำเลยที่ ๒ ต่อมาจำเลยที่ ๑ กลับอ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นของจำเลยที่ ๑ ขอให้ขับไล่ จำเลยทั้งสองให้การว่าที่พิพาทเดิมเป็นที่ดินมือเปล่า เป็นที่บ่อแร่เก่า มีน้ำทะเลขึ้นถึง ต่อมาได้ตื้นเขิน จำเลยทั้งสองจึงได้เข้าครอบครองร่วมกันมาโดยสงบเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของเป็นเวลา ๒๐ ปีเศษแล้ว ไม่เคยเช่าจากโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิขอออกโฉนดเพราะเป็นที่สาธารณะ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมเพราะไม่ระบุว่าที่ดินตั้งอยู่หมู่ที่เท่าใด ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม ที่พิพาทเป็นของโจทก์ไม่ใช่ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรื้อเรือนออกจากที่ดินของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากอสังหาริมทรัพย์และเรียกค่าเสียหายซึ่งอาจให้เช่าได้เดือนละ ๒๐๐ บาท จำเลยทั้งสองให้การว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะมิได้กล่าวแก้เป็นข้อพิพาทด้วยกรรมสิทธิ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นโดยฟังข้อเท็จจริงต้องกันว่าที่พิพาทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ มิใช่ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยทั้งสองจะฎีกาในข้อเท็จจริงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติแผ่นดินไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ ที่แก้ไข ส่วนปัญหาเรื่องฟ้องโจทก์เคลือบคลุมหรือไม่นั้น เห็นว่าจำเลยทั้งสองฎีกาลอยๆ ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมมิได้ยกเหตุขึ้นอ้างอิงว่าศาลอุทธรณ์วินิจฉัยไม่ถูกต้องด้วยเหตุใด ไม่เป็นฎีกาที่ชัดแจ้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๙ ที่แก้ไข ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลยทั้งสอง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 900/2520 นายจำรูญ เอกวิศาล โจทก์ นายประเสริฐ แซ่แต่ หรือ บูชาธรรม กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายจำรูญ เอกวิศาล · ล. - นายประเสริฐ แซ่แต่ หรือ บูชาธรรม กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถนอม ครูไพศาล · แถม ดุลยสุข · สุจริต เสถียรกาล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิชา มั่นสกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ ภัทร มหาวินิจฉัยมนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 6025/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 2812/2539ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1030/2509ฎีกา 710/2542ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2186/2550ฎีกา 194/2543ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4041/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 891/2510ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 218/2481
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา