⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 959/2520

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 959/2520

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- หากคู่ความมิได้คัดค้านคำสั่งหรือคำชี้ขาดของศาลว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนที่ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป ศาลจะจดคำสั่งหรือคำชี้ขาดและสภาพแห่งการคัดค้านไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาไม่ได้ และศาลสูงจะไม่มีเหตุสั่งแก้ไขคำสั่งหรือคำชี้ขาดนั้นได้. - การที่ศาลกำหนดให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนำสืบก่อน แม้จะชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ก็ตาม หากไม่ทำให้ผลคำวินิจฉัยของศาลเปลี่ยนแปลงไป ศาลสูงก็ไม่มีเหตุที่จะสั่งแก้ไข.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยฎีกาขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นในเรื่องการกำหนดประเด็นและหน้าที่นำสืบ ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาในวันชี้สองสถานว่าคู่ความสละข้อหาหรือข้อต่อสู้อื่นทั้งหมด คงมีประเด็นพิพาทเพียง 2 ข้อคือพินัยกรรมปลอมหรือไม่และพินัยกรรมครอบคลุมถึงทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากทรัพย์ที่ระบุไว้ในพินัยกรรมหรือไม่ หลังจากไปตรวจที่พิพาทแล้วศาลชั้นต้นกำหนดหน้าที่นำสืบให้จำเลยนำสืบก่อน ต่อมาจำเลยยื่นคำแถลงว่าในวันตรวจที่พิพาท จำเลยได้คัดค้านคำสั่งศาลด้วยวาจาว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลสั่งด้วยวาจาว่าให้แถลงคัดค้านเข้ามาจำเลยจึงยื่นคำแถลงอธิบายความหมายตามที่จำเลยแถลง ศาลชั้นต้นสั่งสำเนาให้โจทก์ร่วม ดังนี้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 26 กำหนดว่าถ้าศาลได้ออกคำสั่งหรือคำชี้ขาดเกี่ยวกับการการดำเนินคดี คู่ความคัดค้านว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายก่อนที่ศาลจะดำเนินคดีต่อไปให้ศาลจดคำสั่งหรือคำชี้ขาดนั้นและสภาพแห่งการคัดค้านนั้นไว้ในรายงานเมื่อตามสำนวนไม่ปรากฏว่าจำเลยคัดค้านคำสั่งหรือคำชี้ขาดข้อใดจึงไม่มีข้อคัดค้านศาลชั้นต้นที่ศาลฎีกาจะพิจารณาตามฎีกาของจำเลย การที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำสืบก่อนและโจทก์จำเลยสืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว แม้จะเป็นการชอบหรือไม่ก็ตามถ้าไม่ทำให้คำวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไปก็ไม่มีเหตุที่ศาลสูงจะสั่งแก้ไข

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.26 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า นางประยูร คเชนทร์ชัย ได้ทำพินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองยกทรัพย์ทั้งหมดให้โจทก์ คือ บ้านพร้อมกับที่ดิน นางประยูรตาย โจทก์ไปยื่นเรื่องราวของรับมรดกที่ดิน ก่อนครบกำหนด 60 วัน ตามประกาศเรื่องราวการรับมรดก จำเลยไม่ใช่ทายาทนางประยูรทราบเรื่องดีอยู่แล้ว กลับไปร้องต่อศาลจังหวัดนครปฐม และศาลจังหวัดนครปฐมได้สั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนางประยูร จำเลยเอาคำสั่งของศาลนั้นมาขอรับมรดกที่ดินในฐานะผู้จัดการมรดกและคัดค้านการขอรับมรดกของโจทก์ ขอให้เพิกถอนคำสั่งศาลจังหวัดนครปฐม ที่ตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดก ให้เพิกถอนชื่อจำเลยออกจากใบไต่สวนที่ดินแล้วใส่ชื่อโจทก์แทน ห้ามจำเลยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการจัดการมรดกของนายประยูร จำเลยให้การว่า ฟ้องเคลือบคลุมและบิดเบือนความจริง จำเลยเป็นทายาทนางประยูร นางประยูรจะยกที่ดินนั้นให้จำเลยแต่ตายเสียก่อน พินัยกรรมที่โจทก์อ้างไม่เป็นเอกสารแท้จริง ไม่สมบูรณ์และเป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาประสงค์จะให้เพิกถอนคำสั่งศาลชั้นต้นในเรื่องการกำหนดประเด็นและหน้าที่นำสืบ ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ 11 กันยายน 2516 ว่า คู่ความสละข้อหาและข้อต่อสู้อื่น ๆ ทั้งหมดคงมีข้อพิพาทเพียง 2 ประเด็น คือ พินัยกรรมปลอมหรือไม่ และพินัยกรรมครอบคลุมไปถึงทรัพย์อย่างอื่นนอกจากทรัพย์ที่ระบุไว้ในพินัยกรรมหรือไม่ ต่อมาวันที่ 28 พฤศจิกายน 2516 หลังจากไปตรวจที่พิพาทแล้ว ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยนำสืบก่อน วันที่ 11 ธันวาคม 2516 จำเลยยื่นคำแถลงอ้างว่าเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2516 จำเลยได้แถลงคัดค้านคำสั่งด้วยวาจาว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย และศาลสั่งด้วยวาจาว่าให้แถลงคัดค้านเข้ามา จำเลยจึงยื่นคำแถลงอธิบายความหมายตามที่จำเลยแถลงและ ขอให้ศาลสั่งว่ารายงานกระบวนพิจารณามีความหมายตามเจตนารมย์ของจำเลยหรือหาไม่และกำหนดหน้าที่นำสืบใหม่ ศาลชั้นต้นสั่งว่าสำเนาให้โจทก์ รวมหลังจากนั้นคู่ความและศาลได้ดำเนินกระบวนพิจารณาเรื่อยมาจนเสร็จการพิจารณาแล้วพิพากษาศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 26 ถ้าศาลได้ตั้งข้อถามหรือออกคำสั่งหรือชี้ขาดเกี่ยวด้วยการดำเนินคดีเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในคดีเรื่องนั้นคัดค้านข้อถามหรือคำสั่งหรือคำชี้ขาดนั้นว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนที่ศาลจะดำเนินคีดต่อไปให้ศาลจดข้อถามหรือคำสั่งหรือคำชี้ขาดที่ถูกคัดค้านและสภาพแห่งการคัดค้านลงไว้ในรายงาน ส่วนเหตุที่ผู้คัดค้านยกขึ้นอ้างอิงนั้นให้ศาลใช้ดุลพินิจจดลงไว้ในรายงานหรือกำหนดให้คู่ความฝ่ายที่คัดค้านยื่นคำแถลงเป็นหนังสือเพื่อรวมไว้ในสำนวน แต่ตามสำนวนไม่ปรากฏว่าศาลได้จดไว้ว่าจำเลยคัดค้านข้อถามหรือคำสั่งหรือคำชี้ขาดใด มีแต่ข้อกล่าวอ้างในคำแถลงของจำเลยลงวันที่ 11ธันวาคม 2516 จึงไม่มีข้อคัดค้านคำสั่งศาลชั้นต้นที่ศาลฎีกาจะพิจารณาตามฎีกาของจำเลย แม้จะถือว่าคำแถลงของจำเลยลงวันที่ 11 ธันวาคม 2516 เป็นคำแถลงคัดค้านเพื่อใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกา ศาลฎีกาก็เห็นว่าคำแถลงของคู่ความเกี่ยวกับประเด็นข้อพิพาทดังกล่าวข้างต้นมีความชัดอยู่แล้วไม่มีเหตุที่จะให้เพิกถอน ส่วนเรื่องหน้าที่นำสืบก่อนก็เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่าการที่ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำสืบก่อนและโจทก์จำเลยได้สืบพยานเสร็จสิ้นแล้ว แม้จะเป็นการชอบหรือไม่ก็ตามถ้าไม่ทำให้การวินิจฉัยเปลี่ยนแปลงไป ก็ไม่มีเหตุที่จะให้แก้ไข ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ ของจำเลย เป็นการฎีกานอกประเด็นและฎีกาในประเด็นที่จำเลยสละแล้ว ต้องห้ามฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 959/2520 นางสาวอรุณ มาลีพันธ์ โจทก์ นายเติม ธูปวิจิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวอรุณ มาลีพันธ์ · จำเลย - นายเติม ธูปวิจิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · กฤษณ์ โสภิตกุล · พิทยา มงคล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6039/2545ฎีกา 318/2527ฎีกา 5845/2540ฎีกา 364/2536ฎีกา 4957/2536ฎีกา 1701/2538ฎีกา 318-329/2525ฎีกา 4123/2543ฎีกา 2630/2545ฎีกา 9686/2539ฎีกา 3643/2537ฎีกา 38/2549ฎีกา 2358/2518ฎีกา 658-660/2505ฎีกา 7159/2544ฎีกา 5846/2531ฎีกา 4340-4341/2545ฎีกา 3492/2547ฎีกา 53/2537ฎีกา 1216/2538ฎีกา 537/2540ฎีกา 1178/2494ฎีกา 1066-1067/2509ฎีกา 13043/2557
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา