⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1376/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ให้เช่าได้ยอมรับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่เช่าโดยไม่ได้ทำเป็นหนังสือ ย่อมถือว่าผู้ให้เช่าได้สละสิทธิในการอ้างว่าผู้เช่าผิดสัญญาเรื่องการแก้ไขเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่เช่าแล้ว

ย่อคำพิพากษา

เช่าตึกแถว มีข้อสัญญาว่าผู้เช่าจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขที่เช่าไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นลายลักษณ์อักษร ดังนี้ ผู้เช่าต่อเติมแก้ไขตึกเช่าโดยผู้ให้เช่ายอม ไม่ได้อนุญาตเป็นหนังสือ ผู้ให้เช่าอ้างว่าผู้เช่าผิดสัญญาไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.558

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยไม่ผิดสัญญาเช่า โดยโจทก์สละข้อห้ามในสัญญาที่ไม่ให้ต่อเติมห้องเช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่พิเคราะห์พยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่าหากจำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาทโดยพลการ จำเลยก็น่าจะต่อเติมดัดแปลงเฉพาะตึกแถวพิพาท 6 คูหาที่จำเลยเช่า ไม่น่าจะยอมเสียเงินต่อเติมและทาสีตึกแถวคูหาที่โจทก์ให้นางสุดจิตรอาศัยอยู่ด้วย และโจทก์กับนางสุดจิตรก็น่าจะขัดขวางไม่ให้จำเลยต่อเติมและทาสีตึกแถวคูหาที่โจทก์ให้นางสุดจิตรอาศัยอยู่ แต่โจทก์และนางสุดจิตรหาได้ขัดขวางไม่ คงปล่อยให้จำเลยต่อเติมและทาสีตึกแถวคูหาที่โจทก์ให้นางสุดจิตรอาศัยอยู่จนเสร็จ ที่นางสุดจิตรไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางซื้อว่าจำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาทนั้น นอกจากจำเลยจะนำสืบว่าที่นางสุดจิตรไปแจ้งความก็เพื่อประสงค์จะเอาเงิน 20,000 บาทที่จำเลยตกลงให้โจทก์เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่โจทก์ยินยอมให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาท แต่จำเลยยังไม่ชำระให้โจทก์แล้ว ร้อยตำรวจโทอมเรศฤทธิ์พยานโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับแจ้งความจากนางสุดจิตรยังเบิกความว่าที่ผู้แจ้งมาแจ้งความผู้แจ้งต้องการจะเอาค่าเสียหายจากจำเลยเท่าไรจำไม่ได้และจะตกลงกันไว้อย่างไรไม่ทราบ อันเป็นการเจือสมข้อนำสืบของจำเลยและฟังได้ว่าที่นางสุดจิตรไปแจ้งความที่สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อนั้นมิใช่ประสงค์จะให้ทางสถานีตำรวจห้ามไม่ให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาท แต่เพื่อต้องการให้ทางสถานีตำรวจเรียกตัวจำเลยมาเพื่อให้จำเลยใช้เงิน 20,000 บาท ตามที่ตกลงกันไว้ให้โจทก์ เชื่อว่าโจทก์อนุญาตหรือยินยอมด้วยวาจาให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาททั้ง 6 คูหา และจำเลยตกลงต่อเติมและทาสีตึกแถวคูหาที่โจทก์ให้นางสุดจิตรอาศัยอยู่กับตกลงจะให้เงิน 20,000 บาทแก่โจทก์เพื่อเป็นการตอบแทนในการที่โจทก์อนุญาตหรือยินยอมให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาททั้ง 6 คูหาเพื่อประโยชน์แก่การประกอบกิจการค้าของจำเลย แม้สัญญาจะระบุว่าผู้เช่าจะเปลี่ยนแปลง ทำลาย แก้ไขเพิ่มเติมสถานที่เช่าไม่ได้ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่าเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม แต่ก็ไม่หมายความว่าผู้ให้เช่าจะไม่อาจอนุญาตหรือยินยอมให้ผู้เช่าเปลี่ยนแปลง ทำลาย แก้ไขเพิ่มเติมสถานที่เช่าด้วยวาจาได้เลย การที่โจทก์อนุญาตหรือยินยอมด้วยวาจาให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาท ย่อมถือได้ว่าโจทก์สละข้อห้ามในสัญญานั้นแล้ว การที่จำเลยต่อเติมดัดแปลงตึกแถวพิพาทจึงไม่ผิดสัญญาเพราะโจทก์อนุญาตหรือยินยอมให้จำเลยต่อเติมดัดแปลงแล้ว โจทก์จึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาเช่า" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376/2521 ร.ต.ท.ไสว เพ็งศรี โจทก์ นายบัญชา อัศนีวุฒิกร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร.ต.ท.ไสว เพ็งศรี · จำเลย - นายบัญชา อัศนีวุฒิกร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สุจริต เสถียรกาล · สนิท อังศุสิงห์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2815/2524ฎีกา 8367/2547ฎีกา 2282/2527ฎีกา 502/2490ฎีกา 1800/2492ฎีกา 7399/2537ฎีกา 728/2496ฎีกา 1077-1079/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา