⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2282/2527

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2282/2527

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สิทธิของผู้ให้เช่าเดิมในการฟ้องร้องเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทรัพย์สินที่เช่าโดยผู้เช่า ไม่ตกทอดไปยังผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินนั้น 2. ผู้รับโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินที่เช่า ย่อมได้รับสิทธิของผู้ให้เช่าเดิมในการบังคับตามสัญญาเช่า รวมถึงสิทธิในการบอกเลิกสัญญาเมื่อผู้เช่าผิดสัญญา 3. การนำสืบข้อตกลงปากเปล่าที่ขัดแย้งหรือเพิ่มเติมจากข้อความในเอกสารสัญญาเช่าที่ทำเป็นหนังสือ เป็นการต้องห้ามตามกฎหมาย 4. ศาลมีอำนาจลดเบี้ยปรับที่กำหนดไว้ในสัญญาเช่าได้ หากเห็นว่าสูงเกินสมควร

ย่อคำพิพากษา

จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตึกแถวที่เช่าก่อนที่ผู้ให้เช่าเดิมจะขายตึกแถวให้โจทก์ สิทธิในการฟ้องร้องเพราะเหตุที่จำเลยเปลี่ยนแปลงตึกแถวที่เช่าจึงเป็นของผู้ให้เช่าเดิมหาตกมาเป็นของโจทก์เพราะเหตุที่โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ตึกแถวไม่ สัญญาเช่ามีข้อความว่าผู้เช่าจะไม่นำตึกแถวไปให้เช่าช่วงหรือให้ผู้อื่นอยู่ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่า สิทธิอันนี้ตกไปยังโจทก์ผู้รับโอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 569 เมื่อปรากฏว่าจำเลยผิดสัญญาเช่าโดยนำตึกแถวพิพาทไปให้บุคคลอื่นเช่าช่วงหรือให้ผู้อื่นอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์หรือผู้ให้เช่าเดิมโจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยได้ การที่จำเลยนำสืบว่าในการเจรจาตกลงเช่าผู้ให้เช่าเดิม อนุญาตด้วยวาจาว่า หากจะตกแต่งสถานที่เช่าให้เหมาะสมหรือนำไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงก็ให้ทำได้ โดยบอกกล่าวแก่ผู้ให้เช่าเดิมด้วยวาจาก็พอ ย่อมเป็นการสืบเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารว่ายังมีข้อตกลงดังกล่าวอยู่อีกนอกเหนือไปจากสัญญา การนำสืบเช่นนี้เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ค่าเสียหายอันเนื่องจากการผิดสัญญาซึ่งได้กำหนดไว้ในสัญญา เช่านี้เป็นเบี้ยปรับ ถ้าสูงเกินสมควรศาลมีอำนาจที่จะลดได้ตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.379 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.538 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.552 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.558 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.569

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าตึกแถวพิพาทจากนายเจริญชัย ต่อมานายเจริญชัยขายตึกแถวพิพาทให้แก่โจทก์ โจทก์ตรวจพบว่าจำเลยประพฤติผิดสัญญาโดยการแก้ไขเพิ่มเติมห้องเช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเดิม และจำเลยนำตึกแถวพิพาทไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงโดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่าเดิมหรือโจทก์ โจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว ขอให้ศาลพิพากษาบังคับให้จำเลยและบริวารออกไปจากตึกแถวพิพาทและให้ใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยแก้ไขต่อเติมตึกแถวโดยผู้ให้เช่าเดิมรู้เห็นยินยอมไม่เคยนำตึกแถวไปให้เช่าช่วง ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงตึกแถวที่เช่าก่อนที่ผู้ให้เช่าเดิมจะขายตึกแถวให้โจทก์ ฉะนั้นสิทธิในการฟ้องร้องเพราะเหตุที่จำเลยเปลี่ยนแปลงตึกแถวที่เช่าจึงเป็นของผู้ให้เช่าเดิม หาตกมาเป็นของโจทก์เพราะเหตุที่ โจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ตึกแถวไม่ โจทก์จะอาศัยเหตุนี้มาฟ้องขับไล่จำเลยไม่ได้ ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยนำตึกแถวพิพาทไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงจริงและวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่า สัญญาเช่ามีข้อความว่า ผู้เช่าจะไม่นำตึกแถวไปให้เช่าช่วงหรือให้ผู้อื่นอยู่ เว้นแต่จะได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้ให้เช่า ซึ่งสิทธิอันนี้ตกไปยังโจทก์ผู้รับโอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 569 การที่จำเลยนำสืบว่าในการเจรจาตกลงเช่า ผู้ให้เช่าเดิมอนุญาตด้วยวาจาว่า หากจะตกแต่งสถานที่เช่าให้เหมาะสมหรือนำไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงก็ให้ทำได้โดยบอกกล่าวแก่ผู้ให้เช่าเดิมด้วยวาจาก็พอ จึงเป็นการสืบเพิ่มเติมหรือแก้ไขข้อความในเอกสารว่ายังมีข้อตกลงดังกล่าวอยู่อีกนอกเหนือไปจากสัญญาที่ปรากฏอยู่และการนำสืบเช่นนี้เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 94 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 538 ต้องถือว่าจำเลยผิดสัญญาโดยนำตึกแถวพิพาทไปให้ผู้อื่นเช่าช่วงหรือให้ผู้อื่นอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์หรือผู้ให้เช่าเดิม โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาแก่จำเลยได้ ค่าเสียหายอันเนื่องมาจากการผิดสัญญาซึ่งได้กำหนดไว้ในสัญญาเช่านี้เป็นเบี้ยปรับ ถ้าสูงเกินสมควรศาลมีอำนาจที่จะลดได้ตามกฎหมาย พิพากษากลับ ให้จำเลยออกไปจากตึกแถวพิพาทและให้เช่าค่าเสียหาย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2282/2527 บริษัทร่วมจิตต์แมนชั่น จำกัด โจทก์ นางอาภาพันธ์ อิ่มอุดม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทร่วมจิตต์แมนชั่น จำกัด · จำเลย - นางอาภาพันธ์ อิ่มอุดม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระ ทรัพยไพศาล · พิศิษฏ์ เทศะบำรุง · สุชาติ จิวะชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 591/2531ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1968/2533ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 794/2509ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 863/2524ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา