คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2492
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากสัญญาเช่ามิได้กำหนดห้ามมิให้ผู้เช่าใช้ทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอื่นนอกเหนือจากการอยู่อาศัย ผู้เช่าสามารถใช้ทรัพย์สินที่เช่าเพื่อการอื่นได้ เว้นแต่จะเป็นการใช้ที่ผิดไปจากวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในสัญญา หรือเป็นการใช้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินที่เช่า.
ย่อคำพิพากษา
จำเลยทำสัญญาเช่าห้องโจทก์ ในสัญญามิได้ระบุว่าเช่าเพื่อใช้ฉะเพาะเป็นที่อยู่อาศัย แม้จำเลยทำการเจียรนัยพลอยที่ห้องนั้น โจทก์จะฟ้องว่าจำเลยใช้ห้องเช่าเพื่อการอย่างอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในสัญญามิได้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ แล้วเปลี่ยนแปลงใช้ห้องเช่าเป็นโรงเจียรนัยพลอย ดังนี้ เป็นเรื่องหาว่าใช้ห้องเช่าผิดไปจากสัญญา จึงไม่มีประเด็นถึงเรื่องใช้ห้องผิดประเพณีนิยม หรือทำการดัดแปลงต่อเติมทรัพย์ที่เช่า.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ได้ความว่า จำเลยเช่าห้องของโจทก์ แล้วจำเลยใช้ห้องนั้นทำการเจียรนัยพลอย โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเปลี่ยนแปลงการใช้ห้องเช่าโดยมิได้รับอนุญาต ผิดสัญญาตามสัญญาจำเลยเช่าเพื่ออยู่อาศัยเท่านั้น ขอให้เพิกถอนสัญญาเช่า และขับไล่
จำเลยให้การต่อสู้ว่า เช่าเพื่ออยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ และประกอบอาชีพเป็นการใช้สถานที่ตามประเพณีนิยมเป็นปกติ สัญญาเช่าไม่ได้ผูกมัดว่า อยู่อาศัยเท่านั้น ได้รับความคุ้มครอบตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่าฯ
ศาลชั้นต้นเห็นว่า เป็นการใช้ทรัพย์เพื่อการอย่างอื่นและอาจเป็นเหตุให้โจทก์เสียหาย พิพากษาให้เลิกสัญญาเช่า และขับไล่จำเลย
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า วัตถุประสงค์ตามสัญญาเช่าไม่ปรากฎชัด ไม่ได้ความว่าจำเลยใช้ทรัพย์ที่เช่าผิดประเพณีนิยมปกติ ที่จำเลยเจาะพื้นตั้งโต๊ะ ไม่เรียกว่าดัดแปลงต่อเติม ตามมาตรา ๕๕๘ การใช้ทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากสัญญาเช่าตาม พ.ร.บ.ควบคุมค่าเช่านั้น จะต้องผิดมาตรา ๕๕๒ ด้วย เมื่อไม่ผิดมาตรา ๕๕๒ โจทก์จะเลิกสัญญาไม่ได้ พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาโดยใช้ทรัพย์ที่เช่าเพื่อการอย่างอื่น นอกจากที่กำหนดไว้ในสัญญา มิได้กล่าวอ้างว่าจำเลยใช้ทรัพย์เพื่อการอย่างอื่น นอกจากที่ใช้กันตามประเพณีนิยม ความข้อหลังจึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย ข้อที่โจทก์อ้างว่าจำเลยได้เปลี่ยนแปลงใช้ห้องที่เช่าทำเป็นโรงงานเจียรนัยพลอย ก็เป็นเรื่องที่หาว่าจำเลยเปลี่ยนแปลงการใช้ทรัพย์ นอกจากที่กำหนดไว้ในสัญญานั้นเอง ไม่ใช่เป็นเรื่องหาว่าดัดแปลงต่อเติมทรัพย์ตามมาตรา ๕๕๘ ฉะนั้นในข้อหลังจึงไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัย
ข้อที่ว่า จำเลยใช้ทรัพย์เพื่อการอย่างอื่นนอกจากที่กำหนดไว้ในสัญญาหรือไม่นั้น ตามสัญญามิได้มีข้อความที่แสดงโดยตรงหรือโดยอ้อมว่าเช่าเพื่อใช้ฉะเพาะเป็นที่อยู่อาศัย จะถือเอาการที่จำเลยทำการเจียรนัยพลอยว่า เป็นการใช้ทรัพย์ที่เช่าเพื่อการอย่างอื่น นอกจากที่กำหนดไว้ในสัญญาไม่ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1800/2492
ห้างหุ้นส่วนสามัญ เอ็ม.ที.เอส.มาริกัน หรือ มูนาดำปีซายมูมาริกัน โจทก์
นางลูกจันทร์ รู้สงวนตัว ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ห้างหุ้นส่วนสามัญ เอ็ม.ที.เอส.มาริกัน หรือ มูนาดำปีซายมูมาริกัน · ล. - นางลูกจันทร์ รู้สงวนตัว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวัติ ปัตตพงศ์ · ศิลปสิทธิวินิจฉัย · ปรีชาวินิจฉัย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครใต้ - นาย ศ.ศิลปกรพิศาล · ศาลอุทธรณ์ - พระพิบูลย์ไอศวรรย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา