⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1471/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1471/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะมีผลบังคับคู่กรณีได้ ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ปฏิบัติถูกต้องตามวิธีการที่ประกาศกำหนดไว้แล้ว การที่จำเลยสั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการ ย่อมเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 75 ให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมของนายจ้างต่อลูกจ้าง โดยให้นำข้อ 15 ข้อ 16 มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งข้อ 15 ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานแจ้งเป็นหนังสือกำหนดวันส่งคำชี้แจงเกี่ยวกับแรงงานและวันเวลา และสถานที่ที่จะพิจารณาข้อพิพาทแรงงานให้ทั้งสองฝ่ายทราบ และข้อ 16 ในการพิจารณาข้อพิพาทแรงงานผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่ายชี้แจงแถลงเหตุผล และนำพยานเข้าสืบ การนำมาใช้โดยอนุโลมหมายถึงการนำมาใช้บังคับเท่าที่จะไม่เป็นการขัดขืนต่อการพิจาณา และวินิจฉัยชี้ขาดข้อกล่าวหา คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะมีผลบังคับคู่กรณีได้ก็ต่อเมื่อ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ปฏิบัติถูกต้องตามวิธีการที่ประกาศดังกล่าวได้กำหนดไว้แล้ว การที่จำเลยที่ 1 ถึงที่ 7 ในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์สั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการ ย่อมเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 55 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ม.15 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ม.16 ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแรงงานสัมพันธ์ ลงวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2515 ม.75 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 103 ลงวันที่ 16 มีนาคม 2515 ม.4 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้เลิกจ้างจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ เพราะทำงานบกพร่องและหย่อนสมรรถภาพ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ เป็นคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ซึ่งพิจารณาชี้ขาดในเรื่องนี้ ได้สั่งให้โจทก์รับจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ เข้าทำงานตามเดิม และคำชี้ขาดของจำเลยกระทำไปโดยฝ่าฝืนต่อข้อ ๗๕ ข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ ของประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องแรงงานสัมพันธ์ ฉบับลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ กล่าวคือ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มิได้แจ้งข้อกล่าวหาของจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ ให้โจทก์ทราบ ทั้งมิได้แจ้งเป็นหนังสือให้โจทก์ทราบถึงวันกำหนดส่งคำชี้แจงเกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงาน คำสั่งจึงไม่ชอบขอให้เพิกถอนคำสั่งดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะคำชี้ขาดเป็นที่สุด ทั้งไม่มีบทบัญญัติให้อำนาจโจทก์ที่จะอุทธรณ์ต่อศาลได้ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ปฏิบัติถูกต้องแล้ว และบทบัญญัติที่ใช้บังคับในการระงับข้อพิพาทแรงงานให้นำมาใช้บังคับในการพิจารณาการกระทำอันไม่เป็นธรรม ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างโดยอนุโลมเท่านั้น จึงไม่จำต้องปฏิบัติตามทุกประการ คำชี้ขาดไม่ฝ่าฝืนต่อกฎหมายและไม่คลาดเคลื่อนต่อข้อเท็จจริง จำเลยที่ ๘ ที่ ๙ ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะจำเลยมิได้มีส่วนในการออกคำสั่งแต่ประการใด มิได้โต้แย้งสิทธิของโจทก์ คำสั่งของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ชอบด้วยเหตุผลและกฎหมายแล้ว ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงแล้วเห็นว่า คดีพอวินิจฉัยได้แล้วจึงสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย และวินิจฉัยว่า คำชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มิได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามนัยข้อ ๑๕ และ ข้อ ๑๖ แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์ คือไม่แจ้งเป็นหนังสือ กำหนดวันส่งคำชี้แจงเกี่ยวกับคำร้องเรียน วัน เวลา และสถานที่ที่จะพิจารณาคำร้องเรียนให้โจทก์ทราบ ไม่ให้โอกาสโจทก์ชี้แจงแถลงเหตุผลและนำพยานเข้สืบ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่จำต้องปฏิบัติตาม โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ แต่ไม่มีคำขอบังคับถึงจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ คำฟ้องเกี่ยวกับจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ จึงไม่ชอบ พิพากษาให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ตามคำชี้ขาดที่ ๒/๒๕๑๖ ลงวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖ ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์มิใช่กฎหมาย หากเป็นข้อเท็จจริงที่จะต้องนำสืบ พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานตามนัยที่กล่าวข้างต้น แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาตามประเด็นที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ อุทธรณ์ แล้วพิพากษาใหม่ ศาลอุทธรณ์พิจารณาคดีใหม่ พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความแถลงรับกันว่า คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้แจ้งข้อกล่าวหาเรื่องนี้ให้โจทก์ทราบด้วยวาจา โดยแจ้งกับนายประสิทธิ์ ตันสุวรรณ และนายวินัย กรีพานิช ทั้งสองคนเป็นลูกจ้างโจทก์ ไม่ใช่ตัวแทนโจทก์ ในการสอบสวนพยานหลักฐานทางฝ่ายโจทก์นั้น คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้สอบสวนปากคำนายประสิทธิ์ ตันสุวรรณ นายวินัย กรีพานิช นายชัชวาลย์ เลื่อมประภัศร์ นายนิคม พงษ์ไทย ลูกจ้างโจทก์ ส่วนพยานเอกสาร คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้รับจากสำนักงานแรงงานเขต ๒ ชลบุรี โดยหัวหน้าสำนักงานแรงงานเขต ๒ ชลบุรี มีหนังสือไปถึงผู้จัดการโรงกลั่นน้ำมันปิโตรเลียมเอสโซ่ขอทราบรายละเอียดเกี่ยวกับประวัติในการทำงานของจำเลยที่ ๘ ที่ ๙ และผู้จัดการโรงกลั่นน้ำมันได้รวบรวมส่งไป ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการแรงงานสัมพันธ์ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๗๕ บัญญัติให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์พิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมของนายจ้างต่อลูกจ้าง โดยให้นำข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๗ ของประกาศฉบับนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเฉพาะการนำข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม ข้อความในข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ มีดังนี้ ข้อ ๑๕ ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับทราบการตั้ง ให้ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานแจ้งเป็นหนังสือกำหนดวันส่งคำชี้แจง เกี่ยวกับข้อพิพาทแรงงานและวัน เวลา และสถานที่ที่จะพิจารณาข้อพิพาทแรงงานให้ทั้งสองฝ่ายทราบ ข้อ ๑๖ ในการพิจารณาข้อพิพาทแรงงาน ผู้ชี้ขาดข้อพิพาทแรงงานต้องให้โอกาสทั้งสองฝ่ายชี้แจงแถลงเหตุผล และนำพยานเข้าสืบ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ฎีกาว่า การนำข้อ ๑๕ ข้อ ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลมในการพิจารณาเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมนั้น กฎหมายมุ่งประสงค์แต่เพียงให้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธืนำเอาวิธีการที่จะเป็นผลดีที่สุดที่จะทำให้เกิดความเป็นธรรมขึ้นมาใช้ได้เท่านั้น ไม่เป็นการบังคับว่าจะต้องนำมาใช้โดยเคร่งครัดและคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้นำเอาวิธีการพิจารณาในข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ มาใช้โดยอนุโลมแล้ว กล่าวคือ สำหรับข้อ ๑๕ ได้มีการแจ้งกำหนดวันส่งคำชี้ขาดของลูกจ้างและนายจ้างด้วยวาจาแล้ว และสำหรับข้อ ๑๖ นายจ้างก็มีโอกาสชี้แจงแถลงเหตุผลและได้นำเอกสารทั้งหมดที่โจทก์ระบุอ้างเป็นพยานในคดีนี้ นำสืบแสดงต่อคณะอนุกรรมการแรงงานสัมพันธ์แล้ว ส่วนการที่โจทก์ไม่ได้สืบพยานบุคคลก็เป็นเรื่องที่โจทก์มิได้ขอสืบพยานเอง วิธีพิจารณาในข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ มิใช่เป็นเงื่อนไขแห่งความสมบูรณ์ในเรื่องวิธีการพิจารณาเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรม จึงถึงกับถ้าหากมิได้มีการปฏิบัติตามโดยครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว จะทำให้คำวินิจฉัยชี้ขาดต้องพลอยเสื่อมเสียไปถึงกับเป็นคำชี้ขาดอันมิชอบด้วยกฎหมาย ศาลฎีกาเห็นว่า การนำเอาข้อ ๑๕ และ ข้อ ๑๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลมนั้น หมายถึงการนำเอาวิธีการตามที่บัญญัติไว้ในข้อ ๑๕ และข้อ ๑๖ มาใช้บังคับเท่าที่จะไม่เป็นการขัดขืนต่อการพิจารณาและวินิจฉัยชี้ขาดข้อกล่าวหา เมื่อพิจารณาข้อบัญญัติทั้งสองข้อดังกล่าวแล้ว เห็นได้ว่า การที่คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะปฏิบัติตามนั้น นอกจากจะไม่เป็นการขัดขืนต่อการพิจารณาและคำวินิจฉัยชี้ขาดข้อกล่าวหาแล้ว ยังจะก่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่ายด้วย และเห็นว่าคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์จะมีผลบังคับคู่กรณีได้ก็ต่อเมื่อ คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ได้ปฏิบัติถูกต้องตามวิธีการที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวได้กำหนดไว้แล้ว แต่กรณีนี้คณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์มิได้มีการปฏิบัติตาม คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์ก็ไม่มีผลบังคับโจทก์ และการที่จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๗ ในฐานะคณะกรรมการแรงงานสัมพันธ์สั่งให้โจทก์ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการ ย่อมเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1471/2521 บริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ด ประเทศไทย จำกัด โจทก์ นายดำริ น้อยมณี กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ด ประเทศไทย จำกัด · จำเลย - นายดำริ น้อยมณี กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกิติ บูรพรรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจรัญ สำเร็จประสงค์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา