คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2041/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยทั้งสองร่วมกับพวกไปหาผู้ตายเพื่อเอาเรื่อง และได้ร่วมลงมือทำร้ายผู้ตาย แม้จะไม่ได้เป็นผู้ลงมือโดยตรง ก็ถือว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นกับพวกด้วย
ย่อคำพิพากษา
ก่อนเกิดเหตุมีคนทุบคอกม้าแข่งของ ช. จนม้าตื่นและคอกม้าพัง เมื่อมีข่าวว่าผู้ตายเป็นคนทุบคอกม้า ล.กับพวกประมาณ 20 - 30 คนมีปืน มีด ไม้ เป็นอาวุธตามหาผู้ตาย เมื่อพบกัน ล.ได้สอบถามเรื่องทุบคอกม้าแต่ผู้ตายปฏิเสธ ล.กับพวกซึ่งรวมทั้งป., ศ. และจำเลยทั้งสองได้เข้าล้อมผู้ตายไว้และเกิดโต้เถียงกันขึ้นในที่สุดก็เกิดชุลมุนทำร้ายกัน โดย ศ.ใช้ไม้กลมเท่าแขนยาวราวศอกเศษตีศรีษะผู้ตาย ป.ใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตาย ส่วนจำเลยที่ 1 ถือไม้คุมเชิงอยู่ในที่เกิดเหตุ และจำเลยที่ 2 ได้ชกผู้ตาย 2 ที แม้ผู้ตายจะตายเพราะแผลที่ถูกแทงและถูกตีศีรษะก็ต้องถือว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกับพวกฆ่าผู้ตายด้วย เพราะจำเลยทั้งสองเป็นพวกของ ล.ไปตามหาเอาเรื่องกับฝ่ายผู้ตายส่อเจตนาว่าร่วมกันมาตั้งแต่ต้นและจำเลยทั้งสองต่างก็ได้ร่วมลงมือในการกระทำผิดด้วย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๕ เมษายน ๒๕๑๙ เวลากลางคืนหลังเที่ยงจำเลยกับพวกอีกหลายคนซึ่งหลบหนีไปได้บังอาจสมคบร่วมกันชกต่อยและใช้ไม้เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ นิ้วครึ่ง ยาว ๑ ศอก กับมีดปลายแหลมเป็นอาวุธตีและแทงทำร้ายร่างกายนายชลิต อินทรพาเพียร โดยจำเลยกับพวกมีเจตนาฆ่านายชลิตให้ตาย นายชลิตได้ถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลที่จำเลยกับพวกได้ร่วมกันทำร้ายสมดังเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๓ จำเลยที่ ๑ มีอายุ ๑๖ ปี จำเลยที่ ๒ มีอายุ ๑๘ ปี ลดมาตราส่วนโทษตามมาตรา ๗๕, ๗๖ กึ่งหนึ่ง วางโทษจำคุกจำเลยคนละ ๗ ปี ๖ เดือน
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ จำเลยที่ ๑ มีอายุ ๑๖ ปี จำเลยที่ ๒ มีอายุ ๑๘ ปีลดมาตราส่วนโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕ และมาตรา ๗๖ ตามลำดับ คนละกึ่งหนึ่ง วางโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีกำหนดคนละ ๖ เดือน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าก่อนจะเกิดเหตุคอกม้าแข่งของนายช้างได้ถูกทุบจนม้าตื่นและคอกม้าพัง หลังจากที่ได้ทราบข่าวว่าผู้ตายเป็นคนทุบคอกม้านายเล็กกับพวกประมาณ ๒๐ - ๓๐ คน มีปืน มีด ไม้เป็นอาวุธตามหาผู้ตายเมื่อพบกันนายเล็กได้สอบถามผู้ตายถึงเรื่องที่ทุบคอกม้า แต่ผู้ตายปฏิเสธจึงเกิดการทำร้ายกันขึ้น โดยจำเลยที่ ๑ ถือไม้คุมเชิงอยู่ในที่เกิดเหตุ จำเลยที่ ๒ ชกผู้ตาย ๒ ที นายแป๊ะใช้มีดปลายแหลมแทงผู้ตาย ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวเห็นว่าแม้จะได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ถือไม้คุมเชิงอยู่ในขณะที่เกิดการชุลมุนจำเลยที่ ๒ เพียงแต่ชกผู้ตาย ๒ ทีเท่านั้น ก็เห็นว่าจำเลยที่สองเป็นพวกของนายเล็กซึ่งมีมากประมาณ ๒๐ - ๓๐ คน มีทั้งอาวุธปืน มีด และไม้ไปตามหาเอาเรื่องกับฝ่ายผู้ตาย ส่อเจตนาว่าร่วมกันมาตั้งแต่ต้นและจำเลยทั้งสองต่างก็ได้ร่วมลงมือในการกระทำผิดด้วย แม้พวกของจำเลยจะเป็นคนแทงและตีศีรษะผู้ตายแต่เป็นบาดแผลที่รุนแรงถูกอวัยวะที่เป็นส่วนสำคัญของร่างกายเป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายเพราะพิษบาดแผลนั้นในเวลาต่อมา จึงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกับพวกฆ่าผู้ตาย จำเลยทั้งสองจึงมีความผิดตามมาตรา ๒๘๘,๘๓
พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่าให้ลงโทษจำคุกจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2041/2521
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสุธี หรือ ตุ้ย บินอุมา กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสุธี หรือ ตุ้ย บินอุมา กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พยนต์ ยาวะประภาษ · ผสม จิตรชุ่ม · สุทิน เลิศวิรุฬห์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิทูรย์ ตั้งตรงจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา