คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2142/2521
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำในศาล ต้องเป็นไปตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในสัญญาเท่านั้น ส่วนข้อเรียกร้องอื่นที่นอกเหนือจากสัญญา ศาลจะวินิจฉัยให้หักกลบในชั้นบังคับคดีไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลว่า จำเลยยอมขายที่ดินพร้อมอาคารพิพาทให้โจทก์โดยปลอดจำนอง ดังนี้ จำเลยจะต้องทำให้ที่ดินและอาคารดังกล่าวปลอดจำนองเสียก่อนจึงจะขอให้โจทก์วางเงินค่าที่ดิน ตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ ส่วนปัญหาค่าซ่อมแซมอาคารพิพาทซึ่งโจทก์อ้างว่าชำรุดทรุดโทรมไปจากเดิม เป็นเรื่องนอกเหนือจากกรณีที่จะต้องบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลจะวินิจฉัยให้หักเงินค่าที่ดินและอาคารพิพาทในชั้นบังคับคดีนี้หาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องจากโจทก์จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในศาลมีความว่า จำเลยยอมขายที่ดินพร้อมอาคารพิพาทแก่โจทก์โดยปลอดจำนองในราคา ๑๘๐,๐๐๐ บาท ศาลพิพากษาตามยอม ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า ในวันนัดโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและอาคารดังกล่าวผู้แทนจำเลยไม่นำโฉนดที่ดินไป จึงไม่สามารถจดทะเบียนการโอนได้และโจทก์ตรวจดูสภาพอาคาร ปรากฏว่าอาคารทรุดโทรมมาก ต้องใช้ค่าซ่อมแซม ๕๐,๐๐๐ บาท ขอให้เรียกจำเลยจัดการแก้ไข
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งให้โจทก์วางเงิน ๑๘๐,๐๐๐ บาท ต่อศาลภายใน ๗ วัน เพื่อดำเนินการไถ่ถอนจำนองที่ดินและอาคารพิพาท ส่วนเงินที่เหลือ (เหลือจากการไถ่ถอน) ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรักษาไว้จนกว่าจำเลยจะซ่อมแซมบ้านพิพาทให้อยู่ในสภาพดีโดยให้จำเลยซ่อมแซมภายใน ๓๐ วัน ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์จัดการซ่อมแซมโดยใช้จ่ายจากเงินส่วนที่เหลือจากการไถ่ถอน
โจทก์และจำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอม
โจทก์ฎีกาทั้งในปัญหาการบังคับคดีตามสัญญาประนีประนอมยอมความ และปัญหาค่าซ่อมแซมอาคารพิพาท
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ โจทก์จำเลยตกลงกันว่าจำเลยยอมขายที่ดินและอาคารพิพาทแก่โจทก์โดยปลอดจำนอง ปรากฏว่าจำเลยยังมิได้ทำให้ที่ดินและอาคารพิพาทปลอดจำนอง เห็นว่าจำเลยจะต้องทำให้ที่ดินและอาคารพิพาทปลอดจำนองเสียก่อนจึงจะขอให้โจทก์วางเงินค่าที่ดินตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้ ส่วนปัญหาค่าซ่อมแซมอาคารพิพาทเป็นเรื่องนอกเหนือจากกรณีที่จะต้องบังคับตามสัญญาประนีประนอมยอมความจะวินิจฉัยให้หักจากเงินค่าที่ดินและอาคารพิพาทในกรณีนี้หาได้ไม่
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทำให้ที่ดินและอาคารพิพาทปลอดจำนองเสียก่อน จึงจะบังคับให้โจทก์วางเงินค่าที่ดินและอาคารพิพาทตามสัญญาประนีประนอมยอมความได้.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2142/2521
นางจินตนา เจริญเรืองวาณิชย์ โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.เค ลัมเบอร์ซับพลาย กับพวก ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจินตนา เจริญเรืองวาณิชย์ · ล. - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.เค ลัมเบอร์ซับพลาย กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมชัย ทรัพยวณิช · ยงยุทธ เลอลภ · ประเสริฐ วราภรณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายวัฒน์ ผดุงจิตร |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา