⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2375/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2375/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยจะกระทำการฉ้อโกงผู้เสียหายหรือไม่ เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องวินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวน การวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกง แต่มีเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คที่ออกให้สูงกว่าจำนวนเงินที่มีในบัญชี ไม่ทำให้หนี้ค่าสินค้าที่ส่งมอบให้ระงับสิ้นไป ผู้เสียหายจึงชอบที่จะฟ้องเรียกหนี้ดังกล่าวต่างหากได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยจะมีเจตนาเพื่อฉ้อโกงผู้เสียหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่จะต้องฟังจากพยานหลักฐานในสำนวน ฎีกาโจทก์จึงต้องห้าม ในคดีที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานฉ้อโกง และความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค เมื่อศาลวินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกง ซึ่งมีความหมายว่าจำเลยได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในข้างสารทั้งหมดไปจากผู้เสียหาย-โดยการซื้อขายตามปกติ เพียงแต่เช็คที่ออกให้เป็นการชำระราคาข้างสารนั้น จำเลยออกให้โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และออกให้ใช้เงินจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ ดังนี้ หนี้ค่าข้าวสารซึ่งผู้เสียหายได้ส่งมอบให้แก่จำเลย-ยังไม่ระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 321 วรรคสาม ผู้เสียหายชอบที่จะฟ้องเรียกให้จำเลยชำระหนี้เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ศาลจะสั่งให้คืนข้างสารของกลางแก่ผู้เสียหาย และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาข้าวสารซึ่งไม่ได้ถูกยึดมาเป็นของกลางไปในคดีนี้หาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.186 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหายว่าได้เปิดร้านค้าข้าวสาร ต้องการซื้อข้าวสารไปจำหน่าย ผู้เสียหายหลงเชื่อ ส่งข้าวสารให้ จำเลยชำระเงินเป็นเช็คเมื่อนำเช็คไปขึ้นเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน และปรากฏว่าจำเลยกับพวกปิดร้านหลบหนีไปพร้อมกับขนย้ายข้าวสาร ๔๐๐ กระสอบไปด้วย เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมข้าวสาร ๓๓ กระสอบ ขอให้ลงโทกษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๘๓ พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ให้คืนข้าวสารของกลาง และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนแก่ผุ้เสียหาย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ให้จำคุกจำเลย ๑ ปี คำขออื่นให้ยก ข้าวสารของกลางให้คืนแก่เจ้าของ โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แต่ข้างสารของกลางคืนจำเลย โจทก์ฎีกาอ้างว่าเป็นปัญหากฎหมาย ขอให้ลงโทษฐานฉ้อโกงและให้คืนข้าวสารของกลางแก่ผู้เสียหาย และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาข้าวสารที่ยังไม่ได้คืนแก่ผู้เสียหายด้วย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังต้องกันมาว่า จำเลยไม่มีเจตนาจะฉ้อโกงผู้เสียหาย คงมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเท่านั้น ตามฎีกาของโจทก์พอสรุปได้ว่า จำเลยมีเจตนาจะฉ้อโกงผู้เสียหาย เพราะร้าน "ง้วนไถ่จั่น" นั้น จำเลยเปิดขึ้นเพื่อเป็นการบังหน้าปกปิดวัตถุประสงค์ที่แท้จริง และการชำระราคาข้าวสารใน ๒ ครั้งแรกก็เป็นส่วนหนึ่งของแผนการจะได้ข้าวสาร ๔๐๐ กระสอบของผู้เสียหาย ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยจะมีเจตนาเพื่อฉ้อโกงผู้เสียหายหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่จะต้องฟังจากพยานหลักฐานในสำนวน ฎีกาโจทก์จึงต้องห้าม รับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ศาลสั่งให้คืนข้าวสารของกลางแก่ผู้เสียหาย และสั่งให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาข้าวสารจำนวน ๙๖,๔๖๕ บาท ที่ยังไม่ได้คืนให้แก่ผู้เสียหายด้วยนั้น เมื่อศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้กระทำความผิดฐานฉ้อโกง ย่อมมีความหมายว่า จำเลยได้รับโอนกรรมสิทธิ์ในข้าวสารทั้งหมดไปจากผู้เสียหายโดยการซื้อขายตามปกติ เพียงแต่เช็คซึ่งจำเลยกับพวกออกให้เป็นการชำระราคาข้าวสารนั้น จำเลยกับพวกออกให้โดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และออกให้ใช้เงินจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชี อันจะพึงให้ใช้เงินได้เท่านั้น เมื่อหนี้ค่าข้าวสารซึ่งผู้เสียหายได้ส่งมอบให้แก่จำเลยกับพวกยังไม่ระงับสิ้นไป ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๑ วรรคสาม ผู้เสียหายก็ชอบที่จะฟ้องเรียกให้จำเลยกับพวกชำระหนี้เป็นอีกคดีหนึ่งต่างหาก ศาลจะสั่งให้คืนข้าวสารของกลางแก่ผู้เสียหาย และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาข้าวสารซึ่งไม่ได้ถูกยึดมาเป็นของกลางไปในคดีนี้หาได้ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2375/2521 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายปอ หรือเจียปอ แซ่ลี้ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายปอ หรือเจียปอ แซ่ลี้
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · ทวี กสิยพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายประเทือง วรรณพงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพบูลย์ เพียรรู้จบ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 4715/2542ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 666/2502ฎีกา 10648/2554ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 4276/2534ฎีกา 6196/2534ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1638/2492ฎีกา 1875/2547ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6416/2541ฎีกา 2963/2535ฎีกา 5103/2528ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7201/2568ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 16889/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา