⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2464/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2464/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับฟังข้อเท็จจริงนอกเหนือจากที่โจทก์บรรยายฟ้องเพื่อลงโทษจำเลย เป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) และมาตรา 192 วรรคแรก

ย่อคำพิพากษา

เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์แซงขึ้นหน้ารถคันอื่นตรงบริเวณทางแยก ข้อเท็จจริงดังกล่าวก็เป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือจากฟ้อง จะรับฟังลงโทษจำเลยหาได้ไม่ เพราะเป็นการฝ่าฝืนประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) และมาตรา 192วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก ม.29 พระราชบัญญัติจราจรทางบก ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์ไปตามถนนแห่งหนึ่งด้วยความเร็วสูง ระหว่างทางตรงบริเวณที่เกิดเหตุจำเลยแซงรถบรรทุกจนพ้นและแล่นอยู่ในทางของจำเลยแล้ว จำเลยเห็นนางแฉ่งขับขี่รถจักรยานสองล้ออยู่ข้างหน้าไปทางเดียวกับรถของจำเลยกำลังจะเลี้ยวขวาข้ามถนนตัดหน้าและขวางทางวิ่งของรถของจำเลยในระยะประมาณ 4 วา จำเลยให้สัญญาณแตรเตือนแล้วนางแฉ่งก็ยังเลี้ยวรถมาทางขวาตัดหน้าและขวางทางวิ่งของรถที่จำเลยขับในระยะกระชั้นชิด เป็นเหตุให้จำเลยหยุดรถหรือหลบหลีกไม่ทัน รถของจำเลยและนางแฉ่งจึงชนกัน ทั้งสองคนได้รับบาดเจ็บสาหัส อันเป็นความประมาทร่วมกั ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ. ศ. 2477 มาตรา 29(4), 66 ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2508 มาตรา 7,13 ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 59 ข้อ 11 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์แซงขึ้นหน้ารถคันอื่นเมื่อถึงทางแยก เป็นเหตุให้ชนกับรถจักรยานสองล้อของนางแฉ่ง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 300 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 29(4), 66 ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2508 มาตรา 7ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ข้อ 11 ลงโทษตามมาตรา 300 ซึ่งเป็นบทหนัก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าจำเลยอุทธรณ์ได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมายแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มิได้บรรยายฟ้องเลยว่าบริเวณที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์แซงรถจักรยานสองล้อที่นางแฉ่งเป็นผู้ขับขี่เป็นบริเวณทางแยก การที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าจำเลยขับขี่รถจักรยานยนต์แซงรถจักรยานสองล้อตรงทางแยกเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 28 ทวิ(1) แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 59 พ.ศ. 2515ข้อ 5 จึงเป็นการฟังข้อเท็จจริง นอกเหนือจากคำฟ้อง เหตุนี้เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงในตอนต่อมาว่า หลังจากจำเลยให้สัญญาณขอทางแล้ว ขณะจำเลยขับรถจะแซงขึ้นไป นางแฉ่งหักรถจักรยานมาทางขวามือกระทันหันตัดหน้ารถจำเลยอย่างกระชั้นชิด เหตุที่รถเกิดชนกันจึงมิใช่ความผิดของจำเลยพิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาว่า โจทก์ไม่จำต้องบรรยายฟ้องว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์แซงขึ้นหน้ารถคันอื่นตรงบริเวณทางแยก ศาลก็รับฟังข้อเท็จจริงดังกล่าวลงโทษจำเลยได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในการบรรยายฟ้องประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) บัญญัติให้โจทก์ต้องบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิด ข้อเท็จจริงและรายละเอียดที่เกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ อีกทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรเท่าที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี มาตรา 192 วรรคแรกห้ามมิให้พิพากษาหรือสั่งเกินคำขอหรือที่มิได้กล่าวในฟ้อง เมื่อโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยขับรถจักรยานยนต์แซงขึ้นหน้ารถคันอื่นตรงบริเวณทางแยกข้อเท็จจริงดังกล่าวก็เป็นข้อเท็จจริงนอกเหนือจากฟ้องจะรับฟังลงโทษจำเลยหาได้ไม่ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2464/2521 พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี โจทก์ เด็กชายชัชวลิต ชุมวรฐายี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี · จำเลย - เด็กชายชัชวลิต ชุมวรฐายี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ รัตรสาร · สมบัติ วังตาล · ประทีป ชุ่มวัฒนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1220/2510ฎีกา 620/2490ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1294/2509ฎีกา 884/2484ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 2108/2536ฎีกา 831/2532ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 1271/2498ฎีกา 4328/2556
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา