⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 347/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างสิทธิภารจำยอมโดยอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ต้องบรรยายฟ้องให้ชัดแจ้งถึงระยะเวลาการใช้สิทธิที่ครบกำหนด 10 ปี ซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งข้ออ้างนั้น หากขาดสาระสำคัญดังกล่าว ถือเป็นคำฟ้องที่ไม่สมบูรณ์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่า โจทก์ได้เดินเข้าออกฝ่ายที่ดินของจำเลยตั้งแต่ที่ดินแปลงนี้ยังเป็นของ ข. ย่อมเข้าใจได้แล้วว่าโจทก์ได้ภารจำยอมมาโดยอายุความซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1401, 1382 โจทก์จะต้องใช้ทางเดินดังกล่าวติดต่อกันเป็นเวลา 10 ปี จึงจะได้ภารจำยอมในที่ดินของจำเลยตามทางเดินนั้น ระยะเวลา 10 ปี จึงเป็นสารสำคัญแห่งข้ออ้างที่โจทก์พึงอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามฟ้องของโจทก์ เมื่อคำฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงระยะเวลาดังกล่าวอันเป็นสารสำคัญแห่งข้ออ้างที่จะอาศัยเป็นหลักในการที่จะบังคับให้จำเลยจดทะเบียนภารจำยอม จึงต้องถือว่าเป็นคำฟ้องซึ่งมิได้แสดงให้เห็นสิทธิของโจทก์ที่จะขอให้บังคับจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1401

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนภารจำยอมในทางเดินพิพาท จำเลยให้การว่าทางพิพาทไม่ใช่ทางภารจำยอมและโจทก์มีทางออกทางอื่น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามคำบรรยายฟ้องโจทก์อ้างว่า โจทก์ได้เดินเข้าออกผ่านที่ดินของจำเลยตั้งแต่ที่ดินแปลงนั้นยังเป็นของนายชัชวาลย์ ย่อมเข้าใจได้แล้วว่าดจทก์อ้างว่าโจทก์ได้ภารจำยอมมาโดยอายุความนั่นเอง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๐๑ ประกอบด้วยมาตรา ๑๓๘๒ โจทก์จะต้องใช้ทางเดินตามฟ้องติดต่อกันเป็นเวลาสิบปีจึงจะได้ภารจำยอมในที่ดินของจำเลยตามทางเดินนั้น ระยะเวลาสิบปีจึงเป็นสารสำคัญแห่งข้ออ้างที่โจทก์พึงอาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาตามฟ้องของโจทก์ เมื่อคำฟ้องของโจทก์มิได้กล่าวถึงสารสำคัญแห่งข้ออ้างที่จะอาศัยเป็นหลักในการที่จะบังคับให้จำเลยจดทะเบียนภารจำยอมตามคำขอท้ายฟ้องเช่นนี้ จะต้องถือว่าเป็นคำฟ้องซึ่งมิได้แสดงให้เห็นสิทธิของโจทก์ที่จะขอให้บังคับจำเลยได้ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยประเด็นอื่นซึ่งโจทก์ฎีกาโต้เถียงมา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 347/2521 นางประกอบ เพ็ชรรัตน์ โจทก์ นางสาวเจริญ ชีประเสริฐ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประกอบ เพ็ชรรัตน์ · จำเลย - นางสาวเจริญ ชีประเสริฐ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประทีป ชุ่มวัฒนะ · สมบัติ วังตาล · สุวัฒน์ รัตรสาร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรสงคราม - นายสุพิน ไชยชาญ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม บรรลือสินธุ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3375/2532ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 759/2494ฎีกา 231/2482ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 4415/2528ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 4470/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 4185/2547ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา