⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 368/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหน้าที่ของธนาคารลงข้อความอันเป็นเท็จในสมุดเงินฝากของตนเองขณะมีหน้าที่ต้องลงข้อความอันถูกต้อง เป็นความผิดฐานลงข้อความเท็จ ไม่ใช่ความผิดฐานปลอมเอกสาร

ย่อคำพิพากษา

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดบทเดียวไม่ใช่หลายบทดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษา และลงโทษจำเลยจำเลยเท่ากับที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ ดังนี้ เป็นการแก้ไขเล็กน้อย เมื่อโทษแต่ละกระทงไม่เกิน 5 ปี คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง การที่สมุห์บัญชีธนาคารอาศัยอำนาจหน้าที่ของตนในการควบคุมบัญชีและเขียนข้อความลงในบัญชีสมุดเงินฝาก เขียนข้อความที่ไม่ตรงต่อความจริงลงในบัญชีดังกล่าวขณะที่ตนมีหน้าที่ต้องเขียนข้อความที่ถูกต้องนั้น เป็นเรื่องลงข้อความเท็จ หาใช่เป็นการปลอมเอกสารไม่ เพราะมิใช่ปลอมเอกสารอันแท้จริงของผู้ใด และไม่เป็นการกรอกข้อความลงในกระดาษซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่น โดยมิได้รับความยินยอมที่ให้ถือว่าเป็นการปลอมเอกสารตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264, 265 จำเลยร่วมกับสมุห์บัญชีทำการดังกล่าวจึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารเช่นเดียวกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายอาญา ม.83 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซึ่งเป็นผู้จัดการสหธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด สาขาพหลโยธิน กับพวกร่วมกันไม่ลงบัญชีเงินฝากประจำของธนาคารและปลอมบัญชีเงินฝากนั้นทั้งยังใช้บัญชีสมุดคู่ฝากเงินประจำปลอม กับเบียดบังยักยอกเอาเงินที่มีผู้นำมาฝากไว้กับธนาคารไปเป็นประโยชน์ของจำเลยกับพวกรวม ๔ ครั้งต่อเนื่องกัน เป็น ๑๒,๙๙๖,๐๐๐ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๘, ๓๕๒, ๓๕๓, ๓๕๔, ๘๓ พระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัดสมาคม และมูลนิธิ พ.ศ.๒๔๙๙ มาตรา ๔๒ ฯลฯ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดต่อพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ มาตรา ๔๒ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๘ ให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียนฯ ซึ่งเป็นบทหนักจำเลยกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ ๔ ครั้ง ให้จำคุกครั้งละ ๒ ปี รวม ๘ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก ๕ ปี ๔ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดเฉพาะในข้อหาตามพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนฯ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่างกรรม ๔ กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ ๒ ปี รวม ๘ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามคงจำคุก ๕ ปี ๔ เดือน โจทก์และจำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดบทเดียว ไม่ใช่ความผิดหลายบทดังที่ศาลชั้นต้นพิพากษา และวางกำหนดโทษจำคุกจำเลยมาเท่ากับโทษจำคุกที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้ จึงเป็นคดีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขเล็กน้อย และลงโทษจำคุกจำเลยแต่ละกระทงไม่เกินห้าปี คดีต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง จำเลยฎีกาโต้เถียงว่า บริษัทไทยสมุทรพาณิชย์ประกันภัย จำกัด นำเงินจำนวนดังกล่าวมามอบให้จำเลยหาผลประโยชน์ มิได้มีความประสงค์ที่จะนำเงินมาฝากต่อธนาคารที่จำเลยเป็นผู้จัดการ จึงไม่ทำให้สหธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด สาขาพหลโยธินขาดผลประโยชน์ควรได้แต่อย่างไร จึงไม่มีความผิดนั้นเป็นฎีกาโต้เถียงในปัญหาข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า จำเลยมีส่วนร่วมในการกระทำหรือยินยอมดังกล่าว เพื่อลวงให้ทางสหธนาคารกรุงเทพฯ จำกัด ทั้งสาขาพหลโยธินและสำนักงานใหญ่เชื่อว่ามีผู้ฝากเงินเพียง ๔ ราย รายละ ๑,๐๐๐ บาท การกระทำดังกล่าวย่อมเป็นที่เห็นได้ว่าทำให้ทางธนาคารขาดผลประโยชน์อันควรได้จึงมีความผิด ฎีกาของจำเลยดังกล่าวเป็นฎีกาต้องห้ามจึงไม่รับวินิจฉัยให้ ส่วนฎีกาขอโจทก์ที่ว่า การที่จำเลยร่วมกันเขียนข้อความลงในบัญชีสมุดเงินฝากไม่ตรงกับความเป็นจริง ย่อมถือว่าเป็นการเอกสารสิทธิปลอมนั้น เอกสารดังกล่าวนั้นคือบัญชีเงินฝากประจำเอกสารหมาย จ.๔๐ รายการที่เขียนว่านายวิชิต นายไพจิต เด็กชายมนัส และนายสุวรรณเป็นผู้ฝากเงินคนละ ๑,๐๐๐ บาท เห็นว่าแม้นายสมคิดสมุห์บัญชีเป็นผู้เขียนก็เป็นการเขียนขึ้นโดยอาศัยอำนาจหน้าที่ของตนซึ่งเป็นสมุห์บัญชีมีหน้าที่ควบคุมบัญชีและเขียนข้อความลงในบัญชีดังกล่าวการที่นายสมคิดเขียนข้อความที่ไม่ตรงต่อความจริงลงในบัญชีขณะที่ตนมีหน้าที่ต้องเขียนข้อความที่ถูกต้องนั้น เป็นเรื่องลงข้อความเท็จ หาใช่เป็นการปลอมเอกสารไม่เพราะมิใช่ทำปลอมเอกสารอันแท้จริงของผู้ใดและไม่เป็นการกรอกข้อความลงในกระดาษซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอมที่ให้ถือว่าเป็นการปลอมเอกสารตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔, ๒๖๕ จำเลยซึ่งร่วมกับนายสมคิดและทำการดังกล่าวจึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารเช่นเดียวกัน พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2521 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายปรีดี จันทรอารี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายปรีดี จันทรอารี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · ล้วน นิลกำแหง · ประถม วิเชียรเนตร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายวิชิต บุญถนอม · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 180/2554ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1588/2479ฎีกา 712/2559ฎีกา 861/2521ฎีกา 10648/2554ฎีกา 1268/2515ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1270/2506ฎีกา 1638/2492ฎีกา 6355/2544ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6416/2541ฎีกา 3578/2531ฎีกา 2963/2535ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2936/2543ฎีกา 1/2567ฎีกา 540/2485ฎีกา 5957/2530ฎีกา 149/2521ฎีกา 472/2539ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา