⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่หน่วยงานของรัฐมีคำสั่งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ใด ถือเป็นข้อโต้แย้งที่ทำให้ผู้ถูกกระทบมีอำนาจฟ้องคดีต่อศาล 2. ผู้ที่จะต้องเสียภาษีเงินได้จากการจำหน่ายเงินกำไรออกไปนอกราชอาณาจักรตามประมวลรัษฎากร มาตรา 70 ทวิ ต้องเป็นผู้จำหน่ายเงินกำไรนั้น และเงินที่จำหน่ายต้องเป็นกำไรที่แท้จริงหลังจากหักต้นทุนแล้ว

ย่อคำพิพากษา

กรมสรรพากรมีคำสั่งให้โจทก์เสียภาษี โจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ซึ่งเป็นกรรมการพิจารณาอุทธรณ์สั่งยกอุทธรณ์ของโจทก์ ดังนี้ นับว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่แล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 2683/2517) ผู้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในการจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทยตามประมวลรัษฎากร มาตรา 70 ทวิ นั้น ต้องเป็นผู้จำหน่ายเงินกำไร และเงินที่จำหน่ายนั้นต้องเป็นกำไรโดยแท้จริงซึ่งหักต้นทุนออกแล้ว โจทก์เป็นผู้ติดต่อกับลูกค้าในประเทศไทยของบริษัท ม. ในประเทศญี่ปุ่นให้ได้รับความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้าจากบริษัท ม. ลูกค้าเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าและชำระเงินค่าสินค้าต่อบริษัท ม. ในประเทศญี่ปุ่นโดยตรง โจทก์ยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ของบริษัท ม. ในประเทศญี่ปุ่นเฉพาะกำไรสุทธิที่ทำการค้าในประเทศไทย ดังนี้ ไม่ปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้จำหน่ายเงินกำไร เงินที่ลูกค้าส่งไปให้แก่บริษัท ม. ในประเทศญี่ปุ่นเป็นเงินค่าซื้อสินค้า ไม่ใช่กำไร โจทก์จึงไม่มีหน้าที่และความรับผิดในการยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ในการจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทยด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เจ้าพนักงานประเมินภาษีเงินได้ของจำเลยที่ ๑ แจ้งการประเมินภาษีเงินได้ให้โจทก์ในฐานะตัวแทนบริษัท ม. ในประเทศญี่ปุ่น นำภาษีเงินได้และเงินเพิ่มไปชำระ โดยอ้างว่าโจทก์ได้จำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย จะต้องเสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๐ ทวิ โจทก์อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์โดยให้เหตุผลว่า โจทก์เป็นผู้ติดต่อกับลูกค้าในประเทศไทยให้ได้ความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้าจากบริษัท ม. โดยผู้ซื้อเป็นผู้สั่งซื้อและชำระเงินให้กับบริษัท ม. โดยตรง แต่เมื่อครบรอบระยะบัญชีโจทก์ได้ยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ของบริษัท ม. เฉพาะกำไรสุทธิที่ทำการค้าในประเทศไทย จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ในฐานะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์สั่งยกอุทธรณ์ โจทก์เห็นว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไม่ชอบเพราะเป็นการเรียกเก็บภาษีเงินได้ซ้ำซ้อนและกรณีไม่เข้ามาตรา ๗๐ ทวิ ขอให้พิพากษาว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีตามคำสั่งของเจ้าพนักงานประเมิน และเพิกถอนการประเมินกับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว จำเลยทั้งสี่ให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ โจทก์เป็นตัวแทนของบริษัท ม. ในประเทศญี่ปุ่นซึ่งประกอบกิจการมีกำไรสุทธิจากกิจการในประเทศไทย โจทก์กับบริษัท ม. ได้ร่วมกันจำหน่ายรายรับและเงินกำไรสุทธิออกไปต่างประเทศโดยมิได้เสียภาษีเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๐ ทวิ ให้แก่จำเลยที่ ๑ จึงต้องร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ แม้เงินดังกล่าวได้ส่งไปโดยการเปิดบัญชีทางธนาคารระหว่างลูกค้ากับบริษัท ม. โดยตรง ก็เป็นเงินได้จากการประกอบกิจการในประเทศไทย โดยโจทก์มีส่วนร่วมในการส่งด้วยและเงินนั้นนอกจากเป็นต้นทุนยังมีผลกำไรรวมอยู่ด้วย ถือได้ว่าเป็นการจำหน่ายกำไรออกจากประเทศไทย การเสียภาษีเงินได้ของนิติบุคคลประเภทนี้ กฎหมายกำหนดการเสียไว้ ๒ ประการ คือภาษีเงินได้ในรอบระยะเวลาบัญชีกับภาษีเงินได้เมื่อจำหน่ายเงินกำไรออกไปต่างประเทศ ฉะนั้น คำสั่งของเจ้าพนักงานประเมินและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ จึงชอบด้วยกฎหมาย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินของจำเลยที่ ๑ กับคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ จำเลยทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สำหรับปัญหาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ หรือไม่นั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ มีคำสั่งให้โจทก์เสียภาษีโจทก์อุทธรณ์คำสั่งต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ซึ่งเป็นกรรมการพิจารณาอุทธรณ์สั่งยกอุทธรณ์ของโจทก์ ดังนี้ นับว่ามีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิหรือหน้าที่แล้ว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๖๘๓/๒๕๑๗ ปัญหาว่าคำสั่งแจ้งการประเมินของจำเลยที่ ๑ และคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น เห็นว่าผู้ที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในการจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๗๐ ทวิ นั้น ต้องเป็นผู้จำหน่ายเงินกำไร และเงินที่จำหน่ายจะต้องเป็นกำไรโดยแท้จริงซึ่งหักต้นทุนออกแล้ว โจทก์เป็นผู้ติดต่อกับลูกค้าในประเทศไทยของบริษัท ม. ในประเทศญี่ปุ่นให้ได้รับความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้าจากบริษัท ม. ลูกค้าเป็นผู้สั่งซื้อสินค้าและชำระเงินค่าสินค้าต่อบริษัท ม. ในประเทศญี่ปุ่นโดยตรง เมื่อครบรอบระยะเวลาบัญชี บริษัท ม. รายงานยอดกำไรสุทธิเฉพาะกิจการค้ากับผู้ซื้อในประเทศไทยให้โจทก์ทราบในฐานะเป็นผู้ติดต่อหาลูกค้าในประเทศไทย โจทก์ยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ของบริษัท ม. ในประเทศญี่ปุ่นเฉพาะกำไรสุทธิที่ทำการค้าในประเทศไทย ดังนี้ไม่ปรากฏว่าโจทก์เป็นผู้จำหน่ายเงินกำไร เงินที่ลูกค้าส่งไปให้แก่บริษัท ม. ในประเทศญี่ปุ่นเป็นเงินค่าซื้อสินค้า ไม่ใช่กำไร โจทก์จึงไม่มีหน้าที่และความรับผิดชอบในการยื่นรายการและเสียภาษีเงินได้ในการจำหน่ายเงินกำไรออกไปจากประเทศไทย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4/2521 บริษัทมิตซุยแอนด์คัมปนี (ไทยแลนด์) จำกัด โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทมิตซุยแอนด์คัมปนี (ไทยแลนด์) จำกัด · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ขจร หะวานนท์ · สนิท อังศุสิงห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพินิจ สังขนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายพิพัฒน์ จักรางกูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 673/2526ฎีกา 1812/2506ฎีกา 1281-1283/2493ฎีกา 704/2522ฎีกา 1029/2519ฎีกา 1565/2543ฎีกา 2618/2526ฎีกา 1218/2534ฎีกา 5280/2544ฎีกา 73-74/2506ฎีกา 2765/2548ฎีกา 2368/2523ฎีกา 1025/2487ฎีกา 1971/2494ฎีกา 789/2515ฎีกา 513/2546ฎีกา 7577/2538ฎีกา 1112/2535ฎีกา 1035/2519ฎีกา 1173/2497ฎีกา 1083/2536ฎีกา 768/2518ฎีกา 2498/2550ฎีกา 2126/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา