⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 59/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฎีกาจะต้องยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าไม่ชอบหรือผิดพลาดอย่างไร การฎีกาแต่เพียงไม่เห็นพ้องโดยมิได้โต้แย้งคัดค้าน ย่อมเป็นฎีกาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและศาลฎีกาจะไม่รับวินิจฉัย

ย่อคำพิพากษา

ฎีกานั้นจะต้องยกฟ้องข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบหรือผิดพลาดข้อไหนอย่างไร จะฎีกาแต่เพียงลอย ๆ ว่าไม่เห็นพ้องด้วยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์โดยมิได้โต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เลยนั้น ย่อมเป็นฎีกาที่ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249 วรรคแรก ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยให้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบุกรุกเข้าไปทำนาในที่นาของโจทก์ ขอให้ขับไล่และเรียกค่าเสียหาย จำเลยให้การว่าที่นาพิพาทไม่ใช่ของโจทก์ แต่เป็นของนายไพศร หูทอง ขอให้ยกฟ้อง นายไพศร หูทองขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่าที่นาพิพาทเป็นของโจทก์ พิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากนาพิพาทและห้ามเกี่ยวข้องต่อไป จำเลยผู้เดียวอุทธรณ์ว่านาพิพาทเป็นของจำเลยร่วม จำเลยร่วมมอบให้โจทก์ดูแลแทน โจทก์ไม่ใช่เจ้าของ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นที่ชี้ขาดว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ ย่อมผูกพันทั้งจำเลยและจำเลยร่วม แต่ปรากฏว่าจำเลยผู้เดียวอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยร่วมมิได้อุทธรณ์ด้วย คำพิพากษาของศาลชั้นต้นจึงมีผลเป็นที่สุดระหว่างโจทก์กับจำเลยร่วม จำเลยเป็นแต่เพียงผู้อาศัยจำเลยร่วม ไม่อยู่ในฐานะที่จะพิสูจน์ว่าตนเป็นเจ้าของดีกว่าโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๘๕ (๒) ย่อมไม่มีอำนาจที่จะอุทธรณ์ พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยฎีกาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยร่วม ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๔๙ วรรคแรกบัญญัติว่า ข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายที่จะยกขึ้นอ้างอิงในฎีกานั้น คู่ความจะต้องกล่าวไว้โดยชัดแจ้งในฎีกา และเป็นข้อที่ได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ตามบทบัญญัติมาตรานี้ย่อมหมายความว่าฎีกาของจำเลยต้องเป็นฎีกาที่ยกข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายขึ้นโต้แย้งคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ว่าคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ชอบหรือผิดพลาดในข้อไหน อย่างไร จำเลยฎีกาขึ้นมาลอย ๆ เพียงว่าจำเลยไม่เห็นพ้องด้วยคำพิพาทษาศาลอุทธรณ์ ที่จำเลยโต้เถียงต่อไปว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยร่วมหากศาลเชื่อว่าโจทก์ครอบครองที่พิพาทก็เป็นการครอบครองแทนจำเลยร่วมนั้น ก็ไม่ใช่เป็นข้อคัดค้านคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ เมื่อฎีกาของจำเลยเป็นฎีกาไม่ได้คัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาจะรับวินิจฉัยให้ไม่ได้ ให้ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 59/2521 นายกลม บัวพันธ์ โจทก์ นายสุวรรณ บุญเฮ้า จำเลย นายไพศร หูทอง จ.ล.ร

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายกลม บัวพันธ์ · จำเลย - นายสุวรรณ บุญเฮ้า · จ.ล.ร - นายไพศร หูทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชุบ วีระเวคิน · สงวน สิทธิไชย · สุไพศาล วิบุลศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายสุนทร พิมพ์อักษร · ศาลอุทธรณ์ - นายเสมา รัตนมาลัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 3206/2537ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 1733/2498ฎีกา 8444/2538ฎีกา 2170/2517ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1959/2529ฎีกา 3827/2542ฎีกา 1746/2511ฎีกา 497/2539ฎีกา 459/2546ฎีกา 5285/2537ฎีกา 582/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา