⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 855/2521

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2521

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 มาตรา 30 เป็นเพียงการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าคนขับรถที่หลบหนีเป็นผู้กระทำผิด และมีผลผูกมัดเฉพาะผู้กระทำผิดซึ่งเข้ามาเป็นคู่ความเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 มาตรา 30 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 เป็นแต่สันนิษฐานไว้ก่อนว่าคนขับรถที่หลบหนีเป็นผู้กระทำผิด ไม่ใช่สันนิษฐานเด็ดขาด มีผลผูกมัดเฉพาะผู้กระทำผิดซึ่งเข้ามาเป็นคู่ความเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "มีปัญหาในชั้นฎีกาว่า โจทก์มีพยานนำสืบว่าคนขับรถยฝ่ายจำเลยขับรถฝ่าฝืนสัญญาไฟแดงหรือไม่ ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่า วันเกิดเหตุคนขับรถฝ่ายโจทก์ขับรถจากสถานีรถไฟหัวลำโพงไปตามถนนพระราม 4 มุ่งหน้าไปทางสี่แยกศาลาแดง พอถึงบริเวณสี่แยกสามย่าน คนขับรถฝ่ายจำเลยขับรถสวนทางมาแล้วเลี้ยวขวาตรงสี่แยกสามย่านเพื่อไปถนนพญาไท รถทั้งสองคันชนกันตรงสี่แยกสามย่าน ซึ่งตรงนั้นมีสัญญาณไฟควบคุมการจราจรแบบอัตโนมัติ ไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุม รถที่จะเลี้ยวขวาให้เลี้ยวได้เมื่อมีสัญญาณไฟลูกศรสีเขียวรถทางตรงที่จะสวนมาก็มีสัญญาณไฟสีแดงให้หยุด ที่โจทก์ฎีกาว่า โจทก์มีพยานนำสืบว่าคนขับรถฝ่ายจำเลยขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดงนั้น ได้แก่นายอารีย์ ใจเอี่ยม ร้อยตำรวจตรีอิสรา เจริญพูลและการเจรจาค่าเสียหายตามเอกสารหมาย จ.7 และ จ.8 ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้วเห็นว่า นายอารีย์ ใจเอี่ยม และร้อยตำรวจตรีอิสรา เจริญพูลไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุขณะเกิดเหตุ ได้ความว่านายอารีย์ ใจเอี่ยม เป็นพนักงานฝ่ายตรวจสอบอุบัติเหตุรถยนต์ของโจทก์ไปที่เกิดเหตุภายหลังจากเกิดเหตุและทราบจากคนขับรถฝ่ายโจทก์ว่า ขณะเกิดเหตุมีสัญญาณไฟสีเขียวให้รถทางตรงไปได้เท่านั้น และร้อยตำรวจตรีอิสรา เจริญพูล เป็นรองสารวัตรจราจรผู้รับแจ้งเหตุแล้วไปดูที่เกิดเหตุ และอ้างว่าคนขับรถฝ่ายจำเลยเป็นฝ่ายผิดซึ่งไม่มีพยานหลักฐานอ้างอิง ส่วนการเจรจาค่าเสียหายตามเอกสารหมาย จ.7 และ จ.8 นั้น ได้ความเพียงว่าจำเลยจะชดใช้ค่าเสียหายให้เมื่อคดีถึงที่สุดและคนขับรถของจำเลยเป็นฝ่ายผิด หาใช่จำเลยรับว่าคนขับรถของจำเลยเป็นฝ่ายประมาทไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์ไม่มีพยานนำสืบว่าคนขับรถของจำเลยขับรถฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ที่โจทก์ฎีกาว่าคนขับรถของจำเลยหลบหนี โจทก์ได้รับข้อสันนิษฐานตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 59 มาตรา 30 ลงวันที่ 26 มกราคม 2515 ว่าคนขับรถของจำเลยเป็นผู้กระทำผิดนั้น เห็นว่ากฎหมายเพียงสันนิษฐานไว้ก่อนว่าคนขับรถของจำเลยเป็นผู้กระทำผิด หาใช่กฎหมายสันนิษฐานเด็ดขาดว่าคนขับรถของจำเลยเป็นผู้กระทำผิดไม่ ทั้งบทบัญญัติของมาตรานี้ก็ผูกมัดเฉพาะผู้กระทำความผิดซึ่งเข้ามาเป็นคู่ความในคดีนี้เท่านั้นที่จะต้องเป็นฝ่ายนำสืบก่อนเพื่อหักล้างข้อสันนิษฐานของกฎหมายดังกล่าว คดีจึงยังฟังไม่ได้ว่าคนขับรถของจำเลยขับรถโดยประมาทตามฟ้อง" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 855/2521 บริษัทธนกิจประกันภัย จำกัด โจทก์ บริษัท ยานยนต์พาณิชย์และประกันภัย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทธนกิจประกันภัย จำกัด · จำเลย - บริษัท ยานยนต์พาณิชย์และประกันภัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ วราภรณ์ · ยงยุทธ เลอลภ · สมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 265/2534ฎีกา 246/2522
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา